ศาลนัดชี้ชะตาพรุ่งนี้ คดี ‘วีระ’ ฟ้อง ‘ป.ป.ช.ชุดใหญ่’ ปกปิดข้อมูลนาฬิกา”ลุงป้อม” จับตาจำเลยเตรียมฟ้องกลับ

99

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (27 พ.ค.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 นัดฟังคำพิพากษากรณีวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ให้ดำเนินการกับ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำเลยที่ 1 นายวรวิทย์ สุขบุญ อดีตเลขาธิการ ป.ป.ช. จำเลยที่ 2 ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ม.157 กับความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต

พร้อมทั้งจำเลยรายอื่น รวมทั้งสิ้น 12 คน ประกอบด้วย 1.นายนิวัติไชย เกษมมงคล 2.นายวรวิทย์ สุขบุญ 3.พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ 4.นายปรีชา เลิศกมลมาศ 5.พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง 6.นายณรงค์ รัฐอมฤต 7.นางสาวสุภา ปิยะจิตติ 8.นายวิทยา อาคมพิทักษ์ 9.นางสุวณา สุวรรณจูฑะ 10.พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์ 11.นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และ 12.นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข

เนื่องจากทั้ง 12 คน มีส่วนในการปกปิดเอกสารการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ครั้งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยศาลอาญาฯรับคดีนี้ไว้พิจารณา (เลขคดีดำ อท.95/2567) นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 27 พ.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวนายวีระทยอยถอนฟ้องจำเลยหลายราย เนื่องจากทราบข้อเท็จจริงหลังยื่นฟ้อง เช่น นายสุชาติและนางสุวณาได้ลงมติเสียข้างน้อย โดยเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2566 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ มีมติ 3 ต่อ 2 เสียง ให้เปิดเผยข้อมูลสอบคดีนาฬิกาหรู พล.อ.ประวิตร ให้แก่นายวีระอย่างเป็นทางการ แต่มีเงื่อนไขให้ปิดทับชื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อน

โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.เสียงข้างน้อย 2 เสียง คือนายสุชาติและนางสุวณา มีความเห็นให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด และในชั้นไต่สวนมูลฟ้องในศาลนั้น ทนายความของนายสุชาติและนางสุวณาได้แสดงมติดังกล่าว แต่นายวีระไม่ถอนฟ้องนายสุชาติกับนางสุวณา จนศาลมีคำสั่งยกฟ้องนายสุชาติกับนางสุวณา นอกจากนี้ นายวีระยื่นถอนฟ้องจำเลยอื่นๆ เช่น นายณัฐจักร นายปรีชา เป็นต้น ส่วนนางสาวสุภากับ พล.ต.อ.วัชรพล ศาลไม่ให้นายวีระถอนฟ้อง

รายงานข่าวระบุว่า การฟ้องคดีดังกล่าวของนายวีระอาจเข้าข่ายมีเจตนาใช้สิทธิผิดเจตนารมณ์ทางกฎหมาย เนื่องจากช่วงเวลาที่ยื่นฟ้องใกล้เคียงกับการเลือกประธาน ป.ป.ช.คนใหม่ เพราะในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนั้นมีความชัดเจนว่านายสุชาติและนางสุวณา ไม่ได้กระทำความผิดตามที่นายวีระได้ยื่นฟ้อง โดยทนายความของนายสุชาติและนางสุวณาแสดงบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 6 ธ.ค.2566 ไปคัดค้านการฟ้องของนายวีระต่อศาลในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แต่นายวีระยืนยันไม่ถอนฟ้องนายสุชาติและนางสุวณา จนศาลต้องมีคำสั่งยกฟ้อง

“เป็นที่น่าสังเกตว่าการที่นายวีระทยอยถอนฟ้องจำเลยอื่นๆ นั้นมีข้อสังเกตว่าเมื่อศาลประทับรับฟ้องแล้วแสดงว่าคดีมีมูลพอจะพิพากษาได้ แต่เหตุใดนายวีระจึงถอนฟ้องจำเลย โดยคาดการณ์ว่านายวีระมีเจตนาฟ้องเพื่อกลั่นแกล้งฟ้องจำเลยทั้งหมดหรือไม่ หรือกลั่นแกล้งกรรมการ ป.ป.ช.เพียงบางรายเป็นหลัก แต่เมื่อศาลกลับพิพากษายกฟ้องนายสุชาติและนางสุวณา ทำให้นายวีระทยอยถอนฟ้องจำเลยหลายคน แต่ศาลไม่อนุญาตให้ถอนฟ้อง เพราะนายวีระฟ้องจำเลย 12 คน แต่ทยอยถอนฟ้องจำเลยหลายคนเเบบต่อเนื่องจนผิดสังเกต จนเหลือจำเลยบางคนในคดีนี้ เช่น นางสาวสุภากับพวก” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า หากศาลมีคำพิพากษาคดีดังกล่าวถึงที่สุด จำเลยบางคนเตรียมที่จะฟ้องร้องนายวีระกับพวกทันที เนื่องจากมองว่านายวีระมีเจตนากลั่นแกล้ง ทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่งถือเป็นการใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อป้องปกตัวเองเช่นกัน