ที่ กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.)  น.ส.สุทาดา หมื่นอร่าม พร้อมด้วย นายอัครวัฒน์ หรือ ต๊ะ หมื่นอร่าม อายุ 17 ปี พี่สาวและบุตรชาย ของนายประกอบ​ หมื่นอร่าม ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกแก๊สของบริษัทแห่งหนึ่ง ชนจนเสียชีวิตเหตุเกิดในพื้นที่ สภ.เมืองราชบุรี​ จ.ราชบุรี เดินทางเข้าพบ พัน​ตำรวจ​โท อดิศักดิ์ ละม่อน สารวัตร​สอบ​สวน​ กอง​กำกับการ​ 5​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (สว.สอบสวน กก.5 บก.ป.)​ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมหลังเวลาล่วงเลยมากว่า 9 เดือน แต่กลับยังไม่มีความคืบหน้าในการติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยนำหลักฐานต่างๆเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุและอุปกรณ์บังโคลนรถคู่กรณีที่ตกในที่เกิดเหตุ รวมถึงกระจกกันลมหน้ารถของผู้เสียชีวิตที่ตกในที่เกิดเหตุมามอบไว้ให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อประกอบการพิจารณา

น.ส.สุทาดาฯ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 03.00 น.วันที่ 6 พ.ค.61 นายประกอบฯ​ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับเพื่อนชายอีก 1 รายที่นั่งซ้อนท้าย บนเส้นทาง ถ.เพชรเกษม มาจนถึงบริเวณหน้าร้านข้าวแกงทิพย์มนต์ทรา พื้นที่ ต.สามเรือน อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้ถูกรถบรรทุกแก๊สของบริษัทแห่งหนึ่ง เฉี่ยวชนจนร่างของนายประกอบฯ​ กระเด็นไปนอนสลบแน่นิ่งอยู่กลางถนน ก่อนที่จะถูกรถเก๋งที่ขับตามหลังมาเหยียบทับร่างจนเสียชีวิต ส่วนเพื่อนที่นั่งซ้อนท้ายมาเคราะห์ยังดีร่างกระเด็นไปตกที่บริเวณข้างทางทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนถึงกับเสียชีวิต ทั้งนี้ภายหลังเกิดเหตุรถบรรทุกแก๊สของบริษัทแห่งหนึ่ง ได้อาศัยจังหวะชุลมุนรีบขับรถหลบหนีไป อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบแผ่นป้ายของบริษัทแก็สตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

กองบังคับการปราบปราม

น.ส.สุทาดาฯ กล่าวต่อว่า ทางครอบครัวจึงได้เข้าแจ้งความกับทาง สภ.เมืองราชบุรี พร้อมนำหลักฐานเป็นแผ่นป้ายของบริษัท และภาพวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงมอบไว้ให้กับทางตำรวจเพื่อตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยโรงพักได้ส่งหนังสือติดตามเรื่องไปยังบริษัทดังกล่าวถึง 2 ฉบับ แต่กลับไม่มีความคืบหน้า และเมื่อตนได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังพนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความเพื่อสอบถามเรื่องราว กลับไม่รับสายแต่อย่างใด โดยอีก 2-3 เดือนข้างหน้าเหตุการณ์ดังกล่าวก็จะครบรอบ 1 ปี ซึ่งที่ผ่านมาภายหลังเกิดเรื่องมีเพียงเจ้าของรถเก๋ง คู่กรณีอีกรายเท่านั้นที่ยอมจ่ายเงินชดเชยและเงินเยียวยาให้กับทางครอบครัวของนายประกอบฯ จำนวน 1 แสนบาท ขณะที่คู่กรณีอีกรายคือรถบรรทุกแก๊สฯยังคงลอยนวลไร้การเหลียวแลและไม่ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด จึงได้ตัดสินใจนำเรื่องดังกล่าวมาเข้าร้องเรียนกับทางกอบปราบในวันนี้

“ผลกระทบจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนนี้ตกอยู่ที่น้องต๊ะเพียงคนเดียว เพราะปกติแล้ว นายประกอบฯ จะใช้ชีวิตอยู่กับ นายอัครวัฒน์ หรือน้องต๊ะ บุตรชายกันเพียงสองคน แต่เมื่อนายประกอบฯ​ ได้เสียชีวิตนั้นทำให้ น้องต๊ะ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะน้องต๊ะยังเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นและยังเรียนหนังสืออยู่“ น.ส. สุทาดาฯ กล่าว

กองบังคับการปราบปราม

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพร้อมตรวจสอบหลักฐานในเบื้องต้น ก่อนส่งเรื่องประสานไปยัง พนักงานสอบสวน สภ. เมืองราชบุรี ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีดังกล่าวต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง