ครบรอบ12ปีรัฐประหารมาหมาด ๆ วันที่22 พฤษภาคม 2557 มาสู่วันนี้ มีอะไรเกิดขึ้นมากมายในการเมืองไทย ย้อนไปการยึดอำนาจโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ผบ.ทบ.ในตอนนั้น)ได้ทิ้ง“มรดก(บาป)ทางการเมืองที่สำคัญไว้ เช่น รัฐธรรมนูญปี 2560 (ซึ่งจะพูดถึงในลำดับต่อไป) ที่สำคัญการเข้าม “ยึดอำนาจ”และทำให้ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทยในช่วงรัฐประหารและรัฐบาลสืบทอดอำนาจ (พ.ศ. 2557–2566) และรัฐบาลผสมช่วงต่อมา คะแนนของไทยอยู่ในกรอบคะแนน 33–38 จากคะแนนเต็ม 100 โดยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 101 ถึง 116 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ดังนั้นข้ออ้างที่เข้ามาจะมาจัดการนักการเมืองทุจริต แปลได้หยายๆว่า “โกหก” หรือทำไม่ได้จริง

ขณะที่ข้ออ้างการเข้ามาจัดระเบียบสังคมและประเทศ ตอนนั้นขึงขังหลายอย่างทั้ง จัดระเบียบรถตู้ วินมอไซด์ หรือไปสร้างภาพว่าจะมาจัดระเบียบกระทั่งการขาย “สลากกินแบ่งรัฐบาล” ไม่ให้เกินราคา วันนี้ เดินไปตามถนนเจอขาย80บาทหายากยิ่งกว่าเจอทอง รถตู้ที่เอาทหารมาจัดระเบียบทุกวันนี้ก็เห็นวินเถื่อน อัดคนเต็มจนเบียดเสี่ยงอุบัติเหตุ ดังนั้นวินเถื่อน ก็ยังมี จ่ายส่วยก็เกิด แผงลอยไล่ไปก็กลับมาใหม่ ทำอะไรไม่สำเร็จเลยสักกะอย่าง หรือทำได้บางอย่างก็ไม่สุด กลับไปเหมือนเดิม
ทศวรรษที่ผ่านไปมี มีมาตรา44ที่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแก่หัวหน้าคณะรัฐประหาร ที่ดึงประเทศถอยหลัง ทำกติกาบ้าบอ และตอกย้ำความเป็น “เผด็จการอย่างสมบูรณ์แบบ” เอาอำนาจให้คนทำงานไม่เป็น ไม่มีวิสัยทัศน์ ไร้ความสามารถ ทำให้โอกาสเจริญของประทเศไทยหดหาย ริบหรี่ และโคตรเสียเวลาประเทศ แบะทำลายชีวิตรวมถึงโอกาสของประชาชนจำนวนไม่น้อย
ความไร้น้ำยาที่ชัดที่สุดคือตอนแพร่ระบาดโควิดที่เอาคนคิดบริหารกองทัพ แต่ไม่รองรับกับการคิดมห้รอบกว้าน มีห้างร้าน ผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อย คนตาย พรากชีวิตคนเป็นหมื่น ใช้ความเป็นเผด็จการคุมและกดประชาชนตาดำไ แต่ปล่อยให้มีคลัสเตอร์สนามมวย ไม่มีความาู้ความสามารถเพราะท่องมาแต่ความรักชาติ แต่ชาติต้องการคนพาประชาชนรอด และเศรษฐกิจไปได้ ไม่ใช่ต้องการคนไม่มีสมอลและหัวใจมาแก้ปัญหา
กลับไปที่เรื่องรัฐธรรมนูญ จุดเริ่มต้นหายนะทั้งปวงของการเมืองไทย ที่บิดเบือนเจตนารมณ์ประชาชน ปิดกั้นพาประเทศเจริญ กล่าวแบบนี้ไม่ได้เกินจริง เพราะกติกาที่พิลึกพิลั่น ทำให้คนชนะเลือกตั้งทั้ง 62 ,66 คนชนะไม่ได้บริหาร มีอำนาจ สว.ที่พวกโจรเหล่านี้เลือกมเองกับมือ มาค้ำยันให้พรรคที่ผู้มีอำนาจอยู่แล้ว อยู่ได้ อยู่ต่อ จากนัันหาวิธีให้มี “ร่างทรง”ของคนที่อยู่ฉากหลังที่เหมือนมองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ว่ามีอยู่รัฐธรรมนูญนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการสืบทอดอำนาจผ่านกลไกองค์กรอิสระ ในช่วงเปลี่ยนผ่านเปิดทางให้ สว. ที่แต่งตั้งโดย คสช. มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรี มีการยุบพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามไปไม่น้อย มีการดำเนินคดีประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยไม่ต่ำกว่า 200 คดี มีการสลายการชุมนุมของประชาชนที่เกิดขึ้นเป็นร้อยหน
แม้วันนี้ประเทศไทยจะสิ้นสุดรัฐบาล คสช. และเข้าสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง(เป็นพิธีกรร )แล้ว ในวาระครบรอบ 12 ปี วันนี้สังคมไทยยังคงตกอยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจเดิม ๆ แต่แต่งตัวใหม่ผ่านร่างทรงใหม่ ชุบตัวทาตัวด้วยสีน้ำเงิน ที่มีอิทธิพลในการขัดขวางหรือเปลี่ยนแปลงเจตจำนงของประชาชน ดึงดูดบ้านใหญ่ จ่ายเงินซื้อเสียง ซื้อประชาชนไม่ได้ก็ซื้อ สส.ที่ชนะมาแทน เพื่อยกมือให้คนพวกนี้มีอำนาจ เข้าไปกุมงานรัฐ แจกจ่ายภาษีให้บริษัทนอมินีตัวเองเข้ามาไม่ได้ทำอะไรให้ประชาชน พวกคุณเลยได้ตึกแบบ สตง. ได้อุปกรณ์สำนักงานแพงๆ เหล็กแพงๆ แต่คุณภาพอ่อนๆ เพราะเป็นสิทธิที่เขทจะเอาภาษีเราไปปู้ยี้ปู้ยำยังไงก็ได้
12ปีที่ผ่านมาจึงเป็น1รอบที่สูญเปล่า สูญเสียโอกาส พัฒนาประเทศแงะเศรษฐกิจ ทำให้ไทยจากเนื้อหอมเกือบเป็นเสือ และพี่เบิ้มในภูมิภาคอเซียน วันนี้รั้งท้ายในทุดลกด้าน ทั้งความเจริญ GDP เศรษฐกิจ แม้กระทั่งการศึกษาวันนี้เหนือแค่พม่ากับกัมพูชา ที่เหลือเราอันดับท้ายทั้งหมด จุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากนักการเมืองก่อน 2557 แต่มาจากนักการเมืองที่แต่งเครื่องแบบยกข้ออ้างมาเอาอำนจไปแต่ใช้ไม่เป็นหรือใช้เป็นแต่ใช้เพื่อตัวเอง จนประเทศฉิบหาย ถดถอย ไม่มีอนาคต ปฏิรูปอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง สงสารตัวเองจริงๆที่เกิดมาอยู่ในยุคแบบนี้!


