หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมกองปราบบุกจับหนุ่ม19 เครือข่าย ‘เงินด่วนทันใจ’ ปล่อยกู้นอกระบบ ดอกเบึ้ยโหดร้อยละ 304 ต่อปี โปรยใบปลิวเกลื่อนเมืองเชียงใหม่

กองปราบบุกจับหนุ่ม19 เครือข่าย ‘เงินด่วนทันใจ’ ปล่อยกู้นอกระบบ ดอกเบึ้ยโหดร้อยละ 304 ต่อปี โปรยใบปลิวเกลื่อนเมืองเชียงใหม่

กองปราบบุกจับหนุ่ม19 เครือข่าย ‘เงินด่วนทันใจ’ ปล่อยกู้นอกระบบ ดอกเบึ้ยโหดร้อยละ 304 ต่อปี โปรยใบปลิวเกลื่อนเมืองเชียงใหม่ เคยถูกจับแล้ว 3 ครั้งใน 1 ปี ยังไม่เข็ด กลับมาปล่อยกู้ซ้ำ ”

วันที่ 23 พ.ค. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.จิรัฎฐวัฒน์ กิจรุ่งเรืองเดช และ พ.ต.ต.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์ สว.กก.4 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายภาคิน อายุ 19 ปี ตามหมายจับในข้อหา “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” พร้อมของกลาง กระดาษนามบัตรเงินกู้ระบุข้อความ “เงินด่วนทันใจ” จำนวนหนึ่ง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 1 คัน ธนบัตรฉบับละ 100 บาท จำนวน 3 ฉบับ และบัญชีรายชื่อลูกหนี้ 1 แผ่น จับกุมได้บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้าน ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า มีกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” เข้ามาปล่อยเงินกู้ให้ประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยมีผู้ควบคุมเครือข่ายอยู่ในพื้นที่ จ.จันทบุรี และ จ.ระยอง มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด สูงถึงร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน หรือคิดเป็นร้อยละ 304 ต่อปี นอกจากนี้ ยังมีพฤติการณ์ทวงถามหนี้ในลักษณะสร้างความหวาดกลัวให้กับลูกหนี้ รวมทั้งใช้วิธีนำใบปลิวและนามบัตรโฆษณาเงินกู้ไปโปรยตามบ้านเรือน ร้านค้า ตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรำคาญ ต้องคอยเก็บกวาดใบปลิวเป็นประจำ อีกทั้งยังกระทบต่อภาพลักษณ์และสิ่งแวดล้อมของเมืองเชียงใหม่ด้วย

จากการตรวจสอบยังพบว่า เครือข่ายดังกล่าวเคยถูกเจ้าหน้าที่จับกุมมาแล้วถึง 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี แต่ยังคงลักลอบกลับมาประกอบธุรกิจปล่อยเงินกู้นอกระบบอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำให้ประชาชนร้องขอให้ตำรวจกองปราบเข้าดำเนินการอย่างเด็ดขาด ภายหลังรับเรื่องร้องเรียน เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งสามารถวางแผนเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ดังกล่าว สอบสวน นายภาคิน ให้การรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพปล่อยเงินกู้ให้กับเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” ภายใต้การดูแลของหัวหน้าชื่อ “เฟลม” ทำมาแล้วประมาณ 1 ปี โดยมีหน้าที่นำใบปลิวไปโปรยตามหมู่บ้าน ร้านค้า ตลาด และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ เพื่อโฆษณาปล่อยเงินกู้นอกระบบ พร้อมยอมรับว่า มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจริง ในอัตราร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน เช่น หากลูกค้ากู้เงิน 10,000 บาท จะต้องชำระคืนวันละ 500 บาท เป็นเวลา 24 วัน รวมยอดชำระทั้งสิ้น 12,000 บาท จากการสืบสวนเพิ่มเติมยังพบว่าเครือข่าย “เงินด่วนทันใจ” มีการกระจายเครือข่ายอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยใช้รูปแบบนามบัตรและข้อความโฆษณาในลักษณะเดียวกัน แต่จะเปลี่ยนสีนามบัตร และหมายเลขโทรศัพท์ไปตามพื้นที่แต่ละจังหวัด

นายภาคิน ยังให้การเพิ่มเติมอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนเพิ่งถูกศาลจังหวัดเชียงใหม่พิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 150,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ยังกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้งจึงนำตัวส่ง สภ.สารภี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img