“นิกร” ควง “อัครนันท์” ลุยกาญจนบุรี หนุนสิทธิสวัสดิการ เด็ก-เยาวชน   ย้ำ พม. พัฒนาคุณภาพชีวิตคนกาญจน์ทุกช่วงวัย  ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

146

กาญจนบุรี, วันที่ 22 พฤษภาคม – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ร่วมเปิดกิจกรรม “สร้างโอกาส สร้างปัญญา เพื่ออนาคต” ภายใต้ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกาญจน์ทุกช่วงวัย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนอันเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ด้วยการมอบทุนการศึกษา พร้อมอุปกรณ์การเรียนและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ด้วยความร่วมมือของภาคธุรกิจเอกชน CSR จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งพบปะให้กำลังใจเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง โดยมี นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำพม., ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของ รมว.พม., นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการ พม. , คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และ ศธ., ทีม พมจ.กาญจนบุรี, ผู้บริหารท้องถิ่น, ผู้แทนเครือข่ายท้องถิ่น และ ผอ.โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม พร้อมคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ร่วมงานที่โรงเรียนบ้านท่าทุ่ม ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี

นายนิกร กล่าวว่า วันนี้ ตนพร้อมคณะผู้บริหาร พม. ยังได้ร่วมเปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกาญจน์ทุกช่วงวัย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ที่โรงแรมริเวอร์แคว กาญจนบุรี พร้อมทั้งมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจของกระทรวง พม. เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ อาทิ เงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง, เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน, เงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน, เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก, เงินสงเคราะห์ค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี, เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ, เงินอุดหนุนสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี และ เงินกู้ยืมประกอบอาชีพอิสระของคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ อีกทั้งมอบป้ายโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย, ป้ายงบประมาณสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี และป้ายศูนย์สร้างสุข จากนั้นได้เยี่ยมชมกิจกรรมและผลงานของหน่วยงานทีม พมจ.กาญจนบุรี และเครือข่ายท้องถิ่น

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมประชุมหน่วยงาน พม.ภาคตะวันตก เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวง พม. และรับฟังปัญหาอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานกระทรวง พม. ภาคตะวันตก (จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์) ในการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย รวมถึงกลุ่มเปราะบาง 

จากนั้น นายนิกร และคณะเดินทางไปที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลไทรโยค  กาญจนบุรี เพื่อเปิดกิจกรรม พม.สร้างสุข เติมใจ ไม่ทิ้งกัน ภายใต้  “โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกาญจน์ทุกช่วงวัย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” พร้อมทั้งมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจของ พม. เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ อาทิ เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก , เงินอุดหนุนกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม , ป้ายโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย และป้ายศูนย์สร้างสุข

นอกจากนี้ รมว.พม. ยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์กระจายสินค้าชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี ตำบลท่าเสา อำเภอโทรโยค ซึ่งเป็นต้นแบบการสร้างการผลิตแบบครบวงจร เชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ จัดหาสินค้า การบริการที่เกี่ยวข้องกับชุมชน การแปรรูปวัตถุดิบ การกระจายสินค้า การบริโภค จัดจำหน่าย การตลาด และการจัดสรรผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมีเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจชุมชน

นายนิกร กล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกาญจน์ทุกช่วงวัย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สะท้อนถึงความตั้งใจของกระทรวง พม. ในการนำสิทธิสวัสดิการสังคมและบริการของรัฐ ลงมาถึงประชาชนอย่างใกล้ชิด เข้าถึงทุกพื้นที่ และเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง โดยเฉพาะผูู้สูงอายุ คนพิการ เด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง โดยจังหวัดกาญจนบุรี เป็นจังหวัดที่มีพลังของชุมชน มีความเข้มแข็งของภาคีเครือข่าย และมีหัวใจของการแบ่งปันอยู่ในทุกพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่า “สังคมที่น่าอยู่” ไม่ได้เกิดจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดจากการจับมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่

นายนิกร กล่าวว่า การเดินทางมากาญจนบุรีครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการมามอบเงินสงเคราะห์ หรือมอบป้ายสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เท่านั้น แต่ตั้งใจมารับฟังปัญหา และให้กำลังใจ ว่า “กระทรวง พม. ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ครอบครัวผู้ประสบปัญหาทางสังคม หรือประชาชนที่กำลังเผชิญความยากลำบาก ทุกคนต้องได้รับโอกาส การดูแล และสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมของรัฐได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ดังนั้น การบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ทั้งการช่วยเหลือครอบครัวเปราะบาง การสนับสนุนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน การส่งเสริมกองทุนสวัสดิการสังคม และการสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชน รวมถึงการขับเคลื่อน “ศูนย์สร้างสุข” เพื่อเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและความหวังของคนในชุมชน โดยเฉพาะการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการ

“ขอชื่นชมจังหวัดกาญจนบุรี ไม่ว่าจะเป็นทีม พมจ.กาญจนบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมเพื่อการให้ เพราะงานพัฒนาสังคมไม่ใช่งานของคนใดคนหนึ่ง แต่คือ งานของคนทั้งสังคม เพื่อร่วมกันสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน” รมว.พม. กล่าว