วันนี้ (22 พ.ค. 2569) ที่โรงเรียน โรงเรียนสตรีวิทยา 2 นาย มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ มงคลกิตติ์” ประธานกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ลงพื้นที่พบปะนักเรียน พร้อมด้วย นาย ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นาย วิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ ว่าที่รองผู้ว่าฯ ฝ่ายงบประมาณ และ น.ส. ภคอร จันทรคณา ว่าที่รองผู้ว่าฯ ฝ่ายการศึกษา รวมถึงทีมงานกลุ่มกรุงเทพบินได้ โดยมีนักเรียนจำนวนมากออกมาต้อนรับอย่างคึกคัก
บรรยากาศภายในโรงเรียนเต็มไปด้วยความคึกคัก หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา กลุ่มกรุงเทพบินได้เพิ่งเปิดตัวทีมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อย่างเป็นทางการ แม้กระแสช่วงแรกจะดูค่อนข้างเงียบ แต่การลงพื้นที่ครั้งนี้กลับได้รับความสนใจจากกลุ่มนักเรียนจำนวนมาก จนแน่นบริเวณทางเดินและลานภายในโรงเรียน
ทันทีที่ “เต้ มงคลกิตติ์” และคณะเดินทางมาถึง นักเรียนต่างกรูเข้ามาขอถ่ายรูป เซลฟี่ และลายเซ็นอย่างต่อเนื่อง บางช่วงมีนักเรียนปีนโต๊ะ ปีนขึ้นที่สูง และขี่คอเพื่อนเพื่อให้มองเห็น “พี่เต้” ท่ามกลางเสียงตะโกนเรียก “007” ดังก้องทั่วบริเวณ ขณะที่นักเรียนอีกจำนวนมากต่างต่อแถวรอพูดคุยและขอถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด
ระหว่างการลงพื้นที่ นายมงคลกิตติ์ พร้อมด้วยนายภาสพงศ์ และ น.ส.ภคอร ได้พูดคุยกับนักเรียนอย่างเป็นกันเอง รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาด้านการศึกษา การเดินทาง และสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน รวมถึงเปิดโอกาสให้นักเรียนสะท้อนมุมมองต่อแนวทางพัฒนาการศึกษาของกรุงเทพมหานคร
ด้าน น.ส.ภคอร จันทรคณา ว่าที่รองผู้ว่าฯ ฝ่ายการศึกษา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพการเรียน การสนับสนุนกิจกรรมเยาวชน และแนวทางลดความเครียดของนักเรียน โดยตลอดการลงพื้นที่ยังคงมีนักเรียนต่อคิวขอถ่ายรูปและลายเซ็นอย่างต่อเนื่อง
นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจมาเยี่ยมโรงเรียนสตรีวิทยา 2 เพื่อรับฟังปัญหาและความคิดเห็นของนักเรียนว่า หากมีโอกาสเลือกผู้ว่าฯ กทม. อยากให้ผู้บริหารกรุงเทพฯ เข้ามาแก้ไขหรือพัฒนาเรื่องใดบ้าง
นายภาสพงศ์ ระบุว่า จากการพูดคุยกับนักเรียน พบว่าโรงเรียนมีหลักสูตรหลากหลาย ทั้ง Chinese Program (CP), English Program (EP), หลักสูตร AI รวมถึงหลักสูตรสายวิทยาศาสตร์ แต่ปัญหาที่สะท้อนออกมาชัดเจนคือเรื่องการเดินทาง โดยมีนักเรียนรายหนึ่งอาศัยอยู่ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และต้องให้ผู้ปกครองขับรถมาส่งทุกวัน
จึงมองว่าในอนาคตควรมี “Student Bus” หรือรถรับส่งนักเรียน พร้อมจัดระบบเส้นทางเดินรถระยะไกล เชื่อมพื้นที่รอบนอกเข้าสู่กรุงเทพมหานคร โดยเสนอแนวคิดให้มีเส้นทางวิ่งจากโซนวิภาวดีรังสิต เข้าสู่ฮับกลางที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อลดปัญหาการเดินทางของนักเรียนและประชาชน
นายภาสพงศ์ กล่าวอีกว่า หากได้รับโอกาสเข้าบริหารกรุงเทพมหานคร จะเข้าไปหารือกับผู้ประกอบการรถโดยสารรายใหญ่ ซึ่งมีรถให้บริการกว่า 3,100 คัน เพื่อขอจัดสรรประมาณ 30% หรือราว 1,000 คัน มาทดลองวิ่งใน 10 เส้นทางหลัก เพื่อดูว่าสามารถช่วยลดปัญหาการจราจร เพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการรถสาธารณะ และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลได้มากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยกับคณะครูของโรงเรียน ซึ่งสะท้อนปัญหาหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาการเดินทางและคมนาคม รวมถึงปัญหาสายสื่อสารห้อยระโยงระยาง บางจุดห้อยต่ำใกล้พื้นดิน จึงอยากให้กรุงเทพมหานครพิจารณารื้อถอนและจัดระเบียบเพื่อความปลอดภัย
ขณะที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับกระแสตอบรับของนักเรียนสตรีวิทยา 2 โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้นักเรียนได้เรียกร้องให้เดินทางมาที่โรงเรียน หลังจากก่อนหน้านี้ลงพื้นที่ที่โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน พร้อมย้ำว่าหากไม่มาถือว่า “ไม่รักกันจริง”
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า โรงเรียนสตรีวิทยา 2 ถือเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนกว่า 4,000 คน และตนเองเคยส่งครูชาวต่างชาติมาสอนที่นี่เมื่อกว่า 10 ปีก่อน พร้อมชื่นชมว่าโรงเรียนมีการพัฒนาอย่างมาก
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงแนวคิดนโยบายด้านสวัสดิการของกลุ่มกรุงเทพบินได้ โดยระบุว่าปัจจุบันค่าครองชีพของประชาชนในกรุงเทพฯ สูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลายอาชีพได้รับผลกระทบ ทั้งวินจักรยานยนต์รับจ้าง พ่อค้าแม่ค้า และแรงงานรายวัน
จึงเตรียมผลักดันนโยบาย “โรงทาน 50 เขต” แจกอาหารวันละ 10,000 กล่องต่อเขต โดยใช้งบจากภาครัฐร่วมกับภาคเอกชน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยประเมินต้นทุนอาหารเฉลี่ยประมาณ 10-15 บาทต่อกล่อง และเชื่อว่าจะมีภาคประชาชนร่วมสนับสนุนเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดเพิ่มสวัสดิการผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร จากปัจจุบันที่ได้รับเบี้ยยังชีพตามช่วงอายุ 600-1,000 บาทต่อเดือน โดยเสนอให้เพิ่มผู้สูงอายุช่วงอายุ 60-69 ปี จาก 600 บาท เป็น 1,000 บาท รวมถึงปรับเพิ่มในกลุ่มอายุอื่นตามลำดับ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 6,000 ล้านบาทต่อปี
ขณะเดียวกัน ยังเสนอแนวคิดสวัสดิการเด็กและเยาวชน ตั้งแต่แรกเกิดจนเรียนจบ โดยมองว่าปัจจุบันคนไทยมีบุตรน้อยลง จึงควรสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เสนอให้เด็กนักเรียนที่ไปโรงเรียนได้รับเงินสนับสนุนวันละ 100 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 2,000 บาท เฉพาะวันที่มาเรียน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง
นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า งบประมาณส่วนหนึ่งสามารถนำมาจากการตัดลดงบที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน รวมถึงการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมจากกลุ่มผู้มีรายได้สูง โดยมอบหมายให้นายวิวัฒน์ดูรายละเอียดด้านงบประมาณและโครงสร้างภาษีที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงแนวคิด “ภาษีเหยียบแผ่นดิน” สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาผ่านสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ โดยมองว่าอาจจัดเก็บเป็นภาษีท้องถิ่นเพิ่มเติม เพื่อนำรายได้กลับมาช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพมหานคร
ด้าน นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ ว่าที่รองผู้ว่าฯ ฝ่ายงบประมาณ กล่าวว่า รู้สึกประทับใจนักเรียนและคณาจารย์ของโรงเรียนสตรีวิทยา 2 โดยมองว่าเป็นโรงเรียนที่สามารถพัฒนาเยาวชนให้มีความคิดเป็นของตัวเอง กล้าแสดงความคิดเห็น และเข้าใจแนวนโยบายต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
พร้อมระบุว่า หากนโยบายของกลุ่มกรุงเทพบินได้สามารถผลักดันได้จริง จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานคร ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และเศรษฐกิจ โดยยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน.

