จากเหตุ เมื่อเวลา 01.10 น.วันที่ 22 พ.ค.69 ขณะที่ร.ต.อ.ธารณ ภิรมจิตรเจริญ รอง สว.(จร.)สน.บางนา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางนา ตั้งจุดตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ อยู่บริเวณถนนบางนา-ตราด ขาออก กม.๑ ช่องคู่ขนาน แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพฯได้มีรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ สีขาว ทะเบียน ขต 1849 อุบลราชธานี วิ่งเลี้ยวซ้ายมาจากถนนสุขุมวิท เมื่อมาถึงบริเวณจุดตรวจ ร.ต.อ.ธารณ ซึ่งคอยโบกรถให้หยุดก่อนเข้าด่าน โบกรถคันดังกล่าวให้หยุด แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด กลับพุ่งชน ร.ต.อ.ธารณ จนล้มลงได้รับบาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ภัยช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลไทยนครินทร์
จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวขับไปชนรถจยย.ตราโล่ ทะเบียน 68206 และรถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีเขียว เหลือง ทะเบียน 1 มค 3910 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ในด่านได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องขับรถกระบะขวางหน้ารถคันดังกล่าว จนรถไม่สามารถไปต่อได้ จึงยอมลงมามอบตัวแต่โดยดี โดยรถคันดังกล่าวด้านหน้าข้างซ้ายพังยับ
จึงได้เชิญผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้ลงจากรถทราบชื่อคนขับคือ นายธนบัตร ยอดวุฒิ อายุ20ปีและนายอัครวินท์ ดวงเพ็ชร อายุ20 ปี ทั้งคู่เป็นคนจ.เชียงราย จากการตรวจค้นในรถพบอาวุธปืนกล็อก19 ขนาด9มม.พร้อมเครื่องกระสุนปืนอีก24นัด ซุกอยู่ในที่ใส่ยางอะไหล่ และจากการตรวจวัดแอลกอฮอล์และสารเสพติด ไม่พบในร่างกายแต่อย่างใด
จากการสอบสวนนายธนบัตร ให้การอ้างว่า ขับรถมาไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอ้างว่าไม่รู้ว่าปืนที่อยู่ในรถเป็นของใคร จึงแจ้งข้อหา“ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส” ส่วนนายอัครวินท์ แจ้งข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร”พร้อมทั้งแจ้งสิทธิให้ทราบ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านพ.ต.อ.สุรพงษ์ สุขแย้ม ผกก.สน.บางนา กล่าวว่า จากการสอบถามแพทย์ที่ให้การรักษาร.ต.อ.ธารณ ทราบว่าร.ต.อ.ธารณ อาการยังโคม่า สมองบวม เลือดกระจายทั่ว กระดูกต้นคอหัก และมีแผลตามลำตัว แขน ขา จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การวกวน แต่ไม่พบว่ามีการดื่มเหล้าและเสพยาฯ ให้การอ้างแค่ว่ามองไม่เห็นตำรวจ ซึ่งจะต้องนำตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดในช่วงบ่ายต่อไป
นายธนบัตร ทราบว่าเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ส่วนนายอัครวินท์ เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่านานอัครวินท์มีประวัติเกี่ยวกับร่วมกันทำร้ายร่างกายและพกพาอาวุธปืนรวม5คดี และยังเป็นหนึ่งในแก๊งโอริโอ้ที่เป็นข่าวโด่งดังช่วงต้นปี68

