หน้าแรกการศึกษา วิทยาการอว. จับมือสถานทูตฝรั่งเศส จัดงาน Franco-Thai Symposium on Higher Education, Research and Innovation เฉลิมฉลอง...

อว. จับมือสถานทูตฝรั่งเศส จัดงาน Franco-Thai Symposium on Higher Education, Research and Innovation เฉลิมฉลอง 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส

อว. จับมือสถานทูตฝรั่งเศส จัดงาน Franco-Thai Symposium on Higher Education, Research and Innovation เฉลิมฉลอง 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้ายกระดับความร่วมมือด้านอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. พร้อมด้วย นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน 2026 Thailand-France International Collaboration: Franco-Thai Symposium on Higher Education, Research and Innovation โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมต. ประจำ อว. ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานวิจัย ภาคเอกชน และองค์กรความร่วมมือจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมกว่า 300 คน ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตนมีความผูกพันและชื่นชมในศักยภาพด้านวิทยาการของฝรั่งเศสมาอย่างยาวนาน ในฐานะประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของนวัตกรรม วิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สานต่อความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 170 ปี และมีความผูกพันกันมาถึง 340 ปี นับตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยกระทรวง อว. มุ่งหวังที่จะยกระดับความร่วมมือให้เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่จับต้องได้จริงผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ

“เรื่องแรกคือด้านอุดมศึกษา ที่มุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรปริญญาร่วม (Double Degree) และการดูแลวิทยานิพนธ์ร่วมกัน (Cotutelle) เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและคณาจารย์ทั้งสองประเทศได้เคลื่อนย้ายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรม ประการต่อมาคือการเชื่อมโยงอุดมศึกษาเข้ากับการวิจัยที่ล้ำสมัย (Cutting-edge) และสร้างการเปลี่ยนแปลง (Disruptive) โดยใช้โมเดลความร่วมมือแบบ Win-Win ที่ผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือระดับสูงของฝรั่งเศส เข้ากับฐานข้อมูลทรัพยากรที่สำคัญของไทย อาทิ ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) และเวชศาสตร์เขตร้อน ซึ่งจะเป็นการ ‘เชื่อมต่อจุด’ (Connect the dots) ของนักวิชาการจากหลากหลายสาขา ทั้งวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสังคมศาสตร์ เพื่อค้นพบนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์โลก

สุดท้ายคือด้านนวัตกรรม โดยไทยมุ่งถอดบทเรียนความสำเร็จจากแนวคิด Station F ในปารีส เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูง (High-income country) ภายใน 4-10 ปีข้างหน้า โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนระดับสากลและโครงการร่วมทุนจากสหภาพยุโรป (EU) เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นทางออกของปัญหาในโลกจริง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่มิติด้านวิชาการ แต่ยังครอบคลุมถึงสายสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นในทุกมิติ” รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าว

ภายในงานมีพิธีลงนามความร่วมมือ ครอบคลุมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การวิจัยร่วม นวัตกรรม และความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ในสาขาสำคัญ เช่น วิศวกรรม สุขภาพ เกษตรกรรม ความยั่งยืน และเทคโนโลยีขั้นสูง

พร้อมกันนี้ มีการประชุม Franco-Thai Joint Committee on Higher Education, Research and Innovation หารือ 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ อุดมศึกษา การพัฒนาบุคลากร โครงสร้างสนับสนุนการวิจัย วิทยาศาสตร์เพื่อความยั่งยืน และมนุษยศาสตร์ โดยเห็นพ้องส่งเสริมหลักสูตรและปริญญาร่วม การเคลื่อนย้ายนักศึกษาและนักวิจัย การเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือของทั้งสองประเทศ รวมทั้ง ที่ประชุมยังหารือการพัฒนาระบบนิเวศวิจัยที่ยั่งยืน ผ่านทุนและโครงการร่วมในสาขาศักยภาพ เช่น ภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ เทคโนโลยีขั้นสูง และมรดกวัฒนธรรม ก่อนสรุปทิศทางความร่วมมือระยะต่อไป มุ่งผลักดันจากนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img