จากกรณีที่ ต้อม รัชนีกร พันธุ์มณี ดาราสาวชื่อดัง ได้มีการให้ข่าวถึงการทำศัลยกรรมใบหน้าและเกิดความผิดพลาด ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต โดยจะมีการฟ้องทางโรงพยาบาลเลอลักษณ์จำนวน 50 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวโด่งดังไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
เมื่อเวลา 09.00 น วันที่ 12 พฤษภาคม 69 ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี “คุณปิ่น” พิศพรรณ ศรีไชยยันต์ เจ้าของโรงพยาบาลเลอลักษณ์ โรงพยาบาลเสริมความงามชื่อดังในจังหวัดนนทบุรี เดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อฟังคำพิพากษาคดีที่ถูกดาราสาว ต้อม รชนีกร พันธ์ุมณี ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท โดยอ้างว่าหลังทำศัลยกรรมเสริมความงามที่โรงพยาบาลแห่งนี้แล้วไม่สวยเหมือนที่ตั้งใจ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในทุกวันนี้
โดยศาลออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี ชั้น 3 บัลลังก์ 15 แต่ปรากฏว่าในวันนี้ทางทนายความของดาราสาวได้ยื่นคำร้องขอให้เลื่อนพิจารณาคดี เนื่องจากว่ามีเอกสารหลักฐานต่างๆที่จะยื่นเพิ่มเติมให้กับศาล เมื่อศาลพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วจึงอนุญาตให้ตามคำขอของทนายความฝ่ายโจทก์โดยเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาคดีเป็นวันที่ 6 สิงหาคม69 เวลา 09.00 น.
ต่อมาคุณปิ่น ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ทางโรงพยาบาลเลอลักษณ์ เปิดมากว่า 27 ปี มีใบอนุญาตเปิดสถานพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกต้องและมีการคัดกรองแพทย์อย่างละเอียด มีการตรวจประวัติแพทย์ทุกคนตามหลักการ ก่อนจะรับเข้ามาทำงานที่โรงพยาบาล ส่วนในเคสของคุณต้อม มีการแก้ไขที่เยอะมาก ๆ จนไม่มีแพทย์คนไหนรับเคส แต่ด้วยนายแพทย์ศัลยกรรมที่ทำให้มีฝีมือระดับประเทศจึงรับทำให้กับดาราสาว หลังจากทำศัลยกรรมเสร็จ ทางคุณต้อมก็มีการพูดคุยกับตนปกติ ชมว่าหมอทำเก่ง ภายใน 2 อาทิตย์ ก็สามารถกินชาบู หมูกระทะได้ แต่หลังจากทำศัลยกรรมไปได้สักพัก ก็มีการออกมาพูดว่าศัลยกรรมมาแล้วหน้าผิดรูป เคี้ยวข้าวไม่ได้ กรอบหน้าด้านข้างเกิดความผิดปกติ และยังบอกอีกว่าแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้ตน เคยผ่าตัดผิดพลาดทำคนตายมา 2 ศพ ซึ่งการที่คุณต้อมออกมาพูดแบบนี้ถือเป็นการดิสเครดิตทางโรงพยาบาลและแพทย์ที่ทำการผ่าตัด อยากถามว่าทำไมถึงออกมาพูดเช่นนั้น เพราะหลังศัลยกรรมเสร็จก็ยังพูดคุยปกติ และชมแพทย์ว่าเก่ง หลังเป็นข่าวไปในตอนนั้นทางโรงพยาบาลถูกปฏิเสธจากลูกค้า ทำให้ได้รับความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท หากว่าทางโรงพยาบาลแพ้คดีหรือผิดจริงตนยินดีใช้ให้ 50 ล้านบาท เป็นเงินสดเลยแต่ถ้าเกิดชนะคดี ศาลมีเมตตา ตนก็จะฟ้องกลับมูลค่ามากกว่าร้อยล้านบาทอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมา นอกจากจะมีคู่แข่งในด้านเสริมความงามเยอะแล้ว เรายังได้รับความเสียหายจากการกระทำของคุณต้อม เรื่องนี้ต้องปรึกษาทนายแล้วฟ้องกลับอย่างแน่นอน โรงพยาบาลมีรายจ่ายพนักงานเดือนนึงนับ 10 ล้านบาท หลังจากคุณต้อมออกมาให้ข่าว เราก็ขาดสภาพคล่องทางการเงินและลูกค้าหายไปเพราะการให้ข่าวของเขา
“ตนต้องลงมาบริหารสั่งการและดูแลเองทุก ๆ เรื่อง ต้องสกรีนลูกค้าแต่ละเคสด้วยตนเอง ตอนที่มาทำเขาเองต่างหากเป็นฝ่ายคะยั้นคะยอให้ทางโรงพยาบาลทำให้ไม่ใช่โรงพยาบาลอยากจะทำเหมือนที่เขาให้ข่าว เรื่องนี้ทางเรามีหลักฐานขั้นตอนการทำทุกอย่างว่าเขาไม่ได้รับความเสียหายในการใช้ชีวิตประจำวันแต่อย่างใดเลย เรามีคลิปตอนที่ทำศัลยกรรมซึ่งเขาพูดไว้ขณะทำ ศัลยกรรมเสริมความงามในตอนนั้น”

