ศูนย์ACSC เผยสถิติ โกงจ้างงานลดฮวบ หลอกลงทุนยังอันดับ 1 สัปดาห์เดียวเฉียด 54 ล้าน พร้อมเตือนภัยหญิงวัย 21-30 ปี ถูกหลอกมากที่สุด

78


วันที่ 11 พ.ค.ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 3-9 พ.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 6,138 คดี มูลค่าความเสียหาย 178,438,675 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 2 เม.ย.-2 พ.ค.69 จำนวน 316 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 103,863,255 บาท


ข้อมูลของทีมวิเคราะห์พบว่าภาพรวมจำนวนคดีมีการทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงในช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ ก่อนจะลดลงต่ำสุดในวันที่ 9 พ.ค. (799 คดี) แม้ว่าจำนวนคดีจะลดลงแต่ค่าเฉลี่ยส่วนใหญ่ยังคงเกาะกลุ่มอยู่ที่ประมาณ 850-900 คดี ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่ยังวางใจไม่ได้ ส่วนมูลค่าความเสียหายมีทิศทางลดลงที่ชัดเจน จากเดิมสูงแตะระดับ 500 ล้านบาทต่อสัปดาห์ กลับลดลงมาเหลือเพียง 178.43 ล้านบาทในสัปดาห์ล่าสุด (วันที่ 3-9 พ.ค.) ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบหลายเดือนอีกด้วย
สำหรับคดีหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด (มากกว่า 80% ของคดีทั้งหมด)
แต่มูลค่าความเสียหายรวมลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง แสดงว่าเป็นการหลอกลวงรายย่อยมากขึ้น


ส่วนการหลอกลวงด้านการจ้างงาน มีจำนวนคดีลดลงเกือบ 50% และมูลค่าความเสียหายลดกว่า 40 ล้านบาท
ขณะที่การหลอกลงทุน แม้ว่าจำนวนคดีจะน้อย แต่กลับสร้างความเสียหายสูงที่สุดเป็นอันดับ 1ในสัปดาห์ล่าสุด (53.9 ล้านบาท) จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่มักตกเป็นเหยื่อมากที่สุดเช่นเคย


ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลปฏิบัติการต่างๆ และสามารถจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 3 เคส ผู้ต้องหา 6 ราย เป็นคนไทย 4 ราย และผู้ต้องหาต่างชาติ 2 ราย (ลาว 2 ราย) พร้อมตรวจยึดเงินสดได้กว่า 4 แสนบาท


ขณะเดียวกันได้ประสานตำรวจพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ได้ทั้งหมด 5 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 14 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 830,966 บาท