นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ จ.ระนอง เป็นการเร่งด่วน หลังได้รับรายงานการตรวจยึดโกดังต้องสงสัยลักลอบเก็บสินค้าหนีภาษีมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โกดังดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณถนน 4080 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และทหาร เข้าตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีการลักลอบจัดเก็บสินค้าของชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นชาวเมียนมา

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบสินค้าจำนวนมาก ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่สำหรับโรงงานและโรงแรม เครื่องปรับอากาศแบบร้อนและแบบเย็น ปั๊มน้ำ ตู้แช่แข็ง และแอร์กว่า 2,000 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าเป็นสินค้าลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เมื่อได้รับรายงานว่ามีการตรวจจับสินค้าเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ระนอง จึงเดินทางมาตรวจสอบด้วยตนเอง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อเห็นสภาพโกดังแล้วรู้สึกตกใจ เพราะมีการเก็บกักตุนสินค้าจำนวนมากที่เชื่อว่าไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจมีการแจ้งเป็นสินค้าผ่านแดน ซึ่งตามหลักต้องอยู่ไม่เกิน 30 วัน หากเกินกำหนด สินค้าอาจต้องตกเป็นของแผ่นดิน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ หากมีหลักฐานการเสียภาษีถูกต้อง ก็สามารถนำมาแสดงได้ แต่หากพิสูจน์ไม่ได้ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลไปถึงต้นตอของเครือข่ายทั้งหมด ที่สำคัญ
นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม มีโทรศัพท์ลึกลับพยายามกดดันให้ล้มเลิกการจับกุม โดยอ้างว่ารู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงมีสายโทรศัพท์จากฝั่งเมียนมาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ผู้จับกุม ที่ไม่กลัว ไม่หวั่นไหว และยังยืนหยัดทำหน้าที่ตามกฎหมาย พร้อมย้ำชัดว่า “วันนี้พวกเรามาอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีผู้ใหญ่ที่สูงกว่านี้มาเคลียร์เรื่องนี้ได้” นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า รัฐบาลเอาจริงกับการปราบปรามสินค้าเถื่อน สินค้าหนีภาษี และขบวนการผิดกฎหมายที่บ่อนทำลายเศรษฐกิจไทย เพราะสินค้าเถื่อนไม่ได้ทำร้ายแค่รัฐ แต่ยังทำร้ายผู้ประกอบการสุจริต คนทำมาหากินที่เสียภาษีถูกต้อง และระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การปราบปรามจะดำเนินต่อเนื่อง หากปราบไม่ได้ ก็ต้องยึดให้เป็นของแผ่นดิน และหากใครยังคิดลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ก็ต้องขอบคุณล่วงหน้า เพราะ “ไม่รอดแน่นอน”

