
ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดกวดขันปราบปรามอาชญากรรม และการกระทำผิดของชาวต่างชาติในทุกรูปแบบ โดยเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงาน พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการปฏิบัติงานด้านการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และกำชับมาตรการกวดขันจับกุมชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) และกลุ่มที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ
ต่อมา งานสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ภูเก็ต) ได้นำเทคโนโลยี “กล้องตรวจจับใบหน้าอัจฉริยะ” (AI Face Recognition) ที่ติดตั้งภายในรถโมบายอัจฉริยะ (Mobile AI Camera) มาใช้ในการตรวจสอบและกวาดล้างบุคคลต่างด้าวผิดกฎหมาย จนสามารถจับกุมบุคคลต่างด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาตได้จำนวน 2 ราย

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ณรภณ วัฒนะกรทวี ผกก.2 บก.ทท.3 และ พ.ต.ท.สราวุฒิ เกาะกลาง สว.งานสืบสวน กก.2 บก.ทท.3 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย ร.ต.อ.ธีระพงค์ ธรฤทธิ์ รอง สว.กก.2 บก.ทท.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ลงพื้นที่ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ พื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมบุคคลต่างด้าวได้จำนวน 2 ราย ได้แก่ MR.CLINTON UBASINACHI EKECHUKWU อายุ 24 ปี สัญชาติไนจีเรีย ถือวีซ่าประเภท ผ.60 อยู่เกินกำหนดอนุญาต จำนวน 877 วัน กับ MR.OUSMANE KONE อายุ 34 ปี สัญชาติโกตดิวัวร์ ถือวีซ่าประเภท ผ.60 อยู่เกินกำหนดอนุญาต จำนวน 739 วัน
ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวเกิดจากระบบ “Mobile AI Camera” ซึ่งเชื่อมโยงฐานข้อมูลบุคคลต่างด้าวที่มีสถานะการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) กับฐานข้อมูลส่วนกลาง ทำให้สามารถตรวจสอบและแจ้งเตือนบุคคลเป้าหมายได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นและติดตามบุคคลต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

