iLaw – เครือข่ายภาคประชาชน บุก กกต. จี้ขอให้เผยแพร่ผลนับคะแนน สส.-ประชามติ ให้ครบทุกหน่วย

77

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ไอลอว์ (iLaw) และเครือข่ายภาคประชาชนจัดกิจกรรม “ยกขบวนทวงคะแนน กกต.” เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ผลการนับคะแนนรายหน่วยของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปี 2569 และการออกเสียงประชามติให้ครบทุกหน่วย โดยกิจกรรมเริ่มต้นจากการแถลงของตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน และการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านการตัดริบบิ้นเพื่อเรียกร้องความโปร่งใส

นางสาวธนาพร จุฑะสมพากร และนายพงศธร กันทวงค์ จากวีวอทช์ (We Watch) ร่วมแถลง 6 ข้อเรียกร้องคืนความโปร่งใสเลือกตั้ง โดยจี้ให้ กกต. แจงงบประมาณการเลือกตั้ง แก้ไขปัญหาจากการเลือกตั้งล่วงหน้า หยุดฟ้องประชาชน คัดค้านการใช้ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง สนับสนุนการใช้ CCTV และเรียกร้องให้พรรคการเมืองปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นายชยพล ดโนทัย จากไอลอว์ ระบุถึงความผิดปกติจากการตรวจสอบการทยอยเผยแพร่ผลคะแนนรายหน่วย (แบบ ส.ส. 5/18) ว่าพบหลายเขตเลือกตั้งที่อัปโหลดคะแนนไม่สมบูรณ์ ทั้งไฟล์หาย อัปโหลดผิดพลาด และอัปโหลดซ้ำ ส่วนการออกเสียงประชามติ ประชาชนทราบเพียงยอดคะแนนรวมเท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้เปิดเผยผลคะแนนทั้งการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในทุกเขตทั่วประเทศโดยเร็ว และต้องเป็นรูปแบบที่สะดวกต่อการเข้าถึงของประชาชน

นางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล จากเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การจัดการเลือกตั้ง สส. ปี 2569 มีปัญหาอย่างมากจากบทบาทของ กกต. ที่ถูกกังขาเรื่องความโปร่งใส ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประชาชนออกมาแสดงออก ทั้งนี้เครือข่ายฯ จะติดตามการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากมีการเสนอร่างที่ผู้ยกร่างไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ภาคประชาชนจะรณรงค์เข้าชื่อเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่กำหนดให้ผู้ยกร่างต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ ให้ความเห็นทิ้งท้ายถึงคดีโกงเลือก สว. ที่ กกต. ต้องวินิจฉัยในอีก 30 วันข้างหน้า โดยเสนอว่า กกต. ควรส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยแทนการใช้อำนาจส่วนตน เพื่อความชอบธรรมและหลีกเลี่ยงข้อครหาเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่ม “สีน้ำเงิน” เนื่องจาก กกต. มากกว่าครึ่งมีที่มาจาก สว. ชุดนี้ พร้อมย้ำว่าหาก กกต. ใช้อำนาจไม่ชอบธรรมทำให้คดีจบไป ทางเครือข่ายฯ จำเป็นต้องดำเนินคดีต่อ กกต. และเปิดเผยข้อมูลหลักฐานการทุจริตทั้งหมดสู่สาธารณะต่อไป