เวลา 09.30 น.วันที่ 8 พ.ค.69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นำกลุ่มผู้เสียหายในนาม “เครือข่ายทวงคืนเงินคนตาย 9 จังหวัด” พร้อมด้วย นายกฤช ศิลปชัย ส.ส.พรรคประชาชน เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอความช่วยเหลือเร่งรัดคดีและดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในหลายพื้นที่ (เช่น อุดรธานี, ศรีสะเกษ) มีพฤติการณ์ดำเนินกิจการโดยไม่จดทะเบียนให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 หรือจดทะเบียนแล้วแต่บริหารจัดการล้มเหลว จนต้องยุติกิจการลงกะทันหัน โดยอ้างว่า “ไม่มีงบประมาณดำเนินการต่อ” ส่งผลให้ชาวบ้านที่ส่งเงินสะสมมานานกว่า 20-30 ปี ต้องสูญเสียเงินรวมกันมูลค่ามหาศาล
กรณี จ.อุดรธานี สมาชิกส่งเงินสะสมมาตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน แต่สมาคมฯ กลับไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย และประกาศยุติกิจการเมื่อต้นปี 2568 ทิ้งความเสียหายให้สมาชิกกว่า 3,000 ราย มูลค่ารวมกว่า 46 ล้านบาท
กรณี จ.ศรีสะเกษ สมาชิกส่งเงินสมทบรวมกว่า 60,000 บาท ต่อมาสมาคมฯ อ้างว่าขาดสภาพคล่องและปิดตัวลงเมื่อมกราคม 2568 สร้างความเสียหายภาพรวมคาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
ทั้งนี้ เหตุผลที่ต้องมาร้อง บช.ก.เพื่อต้องการให้ ดำเนินการกับนายทะเบียนท้องถิ่น นายก อบต. ร้องให้ดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (ม.157) เนื่องจากเป็นผู้มีอำนาจควบคุมตรวจสอบตามกฎหมาย แต่กลับปล่อยให้สมาคมฯ ดำเนินการผิดระเบียบจนเกิดความเสียหายวงกว้าง เพื่อให้ล้างบางกรรมการทุจริต จี้สอบเส้นทางการเงินกรรมการสมาคมฯ หลังพบพฤติการณ์เบี้ยวเงินค่าจัดการศพ และไม่มีเงินคืนให้สมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่ชาวบ้านส่งเงินมาโดยตลอด
และเพื่อช่วยปลดล็อกคดีที่ถูกดอง ขอให้ตำรวจสอบสวนกลางเข้ามาเป็นตัวกลาง เนื่องจากในพื้นที่คดีมีความล่าช้า ไม่มีความคืบหน้ามานานหลายปี ท่ามกลางกระแสข่าวการวิ่งเต้นคดีโดยผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น
“ชาวบ้านเข้าใจมาตลอดว่านี่คือการออมเงินเพื่อบั้นปลายชีวิต ไม่ใช่เงินบริจาคทิ้งขว้าง ภาครัฐเป็นคนหนุนให้เกิดกลไกนี้ แต่พอมีปัญหาหน่วยงานในพื้นที่กลับเกียร์ว่าง ปล่อยคนแก่ถูกลอยแพ พรุ่งนี้เราจะไปหาคำตอบว่าเงินหายไปไหน และใครต้องรับผิดชอบ” นายรณณรงค์ กล่าว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ปปป. สอบปากคำผู้ร้อง ก่อนจะรวบรวมเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

