ลุยค้น 3 จุด ยึดของกลางทะลุ 5 แสนชิ้น มูลค่านับ 100 ล้าน รวบแรงงานลาว-ไทย พบโยง “บัญชีม้า” สั่งงานผ่านไลน์ ใช้ บริษัทฯดัง ส่งสินค้าทั่วกรุงฯ

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569 (เวลา 06.15 )ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์รายงานว่า พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.),สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) โดยใช้ชุดสืบสวน กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 บช.สอท. เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเครือข่ายลักลอบผลิตและกระจาย “บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน” ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมกัน 3 จุด โดยสามารถตรวจยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมหาศาล ของกลางหลายแสนชิ้น พร้อมควบคุมตัวแรงงานทั้งชาวไทยและชาวลาวไว้สอบสวน เบื้องต้นพบมีการลักลอบใช้โกดังย่านประเวศเป็นฐานผลิต-แพ็กสินค้า ก่อนเรียกรถขนส่งเอกชนรับส่งให้ลูกค้าทั่วพื้นที่

รายงานระบุว่า จุดสำคัญอยู่ที่ “โกดังไม่ทราบเลขที่” ภายในซอยสุขาภิบาล 2 แยก 3 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.อุดมสุข เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพบลักษณะเป็นโกดังขนาดเล็ก ใช้เป็นสถานที่เก็บและบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเตรียมกระจายสินค้า
ภายในโกดังพบรถยนต์จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย รถตู้ Hino รุ่น H1 และรถกระบะ Toyota Hilux ตู้ทึบ อีก 1 คัน รวมถึงพบคนงานภายในโกดังรวม 8 ราย แบ่งเป็นคนไทย 2 ราย และชาวลาว 6 ราย โดยหนึ่งในชาวลาวชื่อ “นายบุญมี” ทำหน้าที่เฝ้าโกดัง ขณะที่คนไทยชื่อ “นายจรัญ ” รับหน้าที่ประสานงานในพื้นที่
จากการสอบสวนเบื้องต้น คนงานให้การว่า นายจ้างเป็นชายไม่ทราบชื่อ ติดต่อสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันไลน์เท่านั้น ไม่มีการพบตัวโดยตรง และกำหนดรอบการทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน หยุด 2-3 วัน โดยคนไทยได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 19,000 บาท ส่วนแรงงานลาวมีรายได้ใกล้เคียงกัน
เจ้าหน้าที่ยังพบพฤติกรรมการกระจายสินค้าที่อำพรางอย่างแนบเนียน โดยหลังจากบรรจุภัณฑ์เสร็จสิ้น จะมีการเรียกรถรับส่งสินค้าผ่านแอปพลิเคชัน “บริษัทฯบริการรับส่งของดัง ให้มารับพัสดุไปส่งลูกค้าตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน คนงานทั้งหมดจะทำงานในช่วงกลางคืน และไปพักอาศัยในพื้นที่ย่านอ่อนนุชช่วงกลางวัน เพื่อหลบเลี่ยงการสังเกตจากชาวบ้าน

สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ภายในโกดัง ประกอบด้วยบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากกว่า 500,000.ชิ้น ในเบื้องต้นคาดว่าของกลางทั้งหมดมีมูลค่าถึง 100 ล้าน พร้อมกล่องบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่จำนวนมาก ชั้นวางและอุปกรณ์จัดเก็บสินค้า รถยนต์ใช้ขนส่งสินค้าอีกหลายคัน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ยังขยายผลเข้าตรวจค้นจุดที่ 2 ภายในโกดังเลขที่ 20 ซอยอ่อนนุช 65 แยก 8 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
ส่วนจุดที่ 3 คือ ห้องชุดเลขที่ 148/181 อาคาร A คอนโด ดิ เอ็กเซล ไฮด์ อะเวย์ สุขุมวิท 74 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานนิติบุคคลอาคารชุด และเฝ้าติดตามเป้าหมายออกจากห้องพักเพื่อดำเนินการตรวจค้นอย่างละเอียด
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเชิงลึก ยังพบว่าชาวลาว 2 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “บัญชีม้า” จำนวน 2 บัญชี ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังเครือข่ายผู้สั่งการรายใหญ่
ขณะที่แหล่งข่าวในชุดสืบสวนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า บุหรี่ไฟฟ้าของกลางทั้งหมด มีรายงานว่าถูกลำเลียงมาจากพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ก่อนกระจายเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และใช้โกดังดังกล่าวเป็นฐานพักสินค้าและกระจายของเถื่อนเข้าสู่ตลาดออนไลน์
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบครอบครองและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งความผิดเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว และความผิดทางการเงินกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พร้อมเร่งล่าตัวนายทุนตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
การตรวจค้นครั้งนี้อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลและชุดตรวจค้นได้รายงานผลการตรวจค้นให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ โดยมีรายงานว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.นิรันดร ผอ. ศปบย.ตร. จะเดินทางไปแถลงรายละเอียดในการจับกุมครั้งนี้ด้วยตัวเองในเวลา 10.30 น.

