นางสาวมัลลิกา จิรพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง รับการเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ยกเลิกการกักขังแทนค่าปรับ จากนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า โทษทางอาญามีหลายสถาน ตั้งแต่ ริบทรัพย์ กักขัง จำคุก และประหารชีวิต ประเด็นที่เป็นปัญหาสังคมอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนยากจนคือกรณีที่ศาลพิพากษาลงโทษกักขังจำเลยแทนการจ่ายค่าปรับ หากปรากฏว่าจำเลยไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าปรับศาลจะสั่งกักขังแทน ซึ่งแปลว่าหากใครมีเงินก็จ่ายค่าปรับแล้วกลับบ้านได้เลย แต่กรณีคนที่ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับก็จะถูกกักขัง โดยกำหนดไว้ที่ 500 บาทต่อ 1 วัน ถูกปรับเท่าไรก็จะถูกกักขังตามจำนวนไป ผลที่เกิดขึ้นทำให้คนยากจนถูกกักขัง สูญเสียอิสรภาพ พรรคภูมิใจไทยจึงอยากแก้ปัญหานี้ โดยอาจจะเสนอเป็นแนวทางในการทำเป็นประโยชน์แทนการกักขัง ซึ่งจะแก้ไขกฎหมายใน 2 มาตรา ทั้งนี้ ไม่สามารถปล่อยให้ผู้คนต้องสูญเสียอิสรภาพเพียงเพราะความยากจน และหากร่างกฎหมายนี้ได้บรรจุในระเบียบวาระโดยเร็วก็สามารถจะพิจารณาได้ และเข้าใจว่าพรรคการเมืองก็เห็นพ้องต้องกัน
ด้านนายกรวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวานนี้ที่ประชุมสภาฯ พิจารณาญัตติเรื่องความยุติธรรมและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำและการกลับคืนสู่สังคมสำหรับผู้เคยก้าวพลาด สส. หลายพรรคอภิปรายถึงปัญหาคนล้นคุก ซึ่งการแก้ไขประมวลกฎหมายนี้ก็จะเป็นการแก้ปัญหาตามมิติดังกล่าวนี้ด้วย
ทั้งนี้ ขอขอบคุณรองศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานนฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้มายื่นเรื่องนี้กับหลายพรรคการเมือง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้หารือกันในพรรคและเห็นว่าเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์และตรงกับแนวทางของพรรค จึงนำเสนอสู่สภาฯ
นอกจากนี้ นายกรวีร์ ยังชี้แจงถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) หรือร่างกฎหมาย SEC โดยยืนยันว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ไม่ได้ยืนยันร่างกฎหมายฉบับนี้เข้ามาในสภาฯ แต่มีการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน รวมไปถึงโจมตีพรรคภูมิใจไทยในประเด็นข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่ทำให้สังคมเข้าใจผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยกที่ดินให้ชาวต่างชาติถือครองได้ 99 ปี จึงอยากทำให้เกิดความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยไม่ว่าจะเป็น สส.จังหสัดชุมพร ระนอง หรือหลายคนจากทางภาคใต้ เห็นตรงกันถึงศักยภาพของจังหวัดในชายแดนภาคใต้ว่าหากได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากรัฐบาลเศรษฐกิจภาคใต้ก็จะเติบโตได้ไม่น้อยไปกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษทางภาคตะวันออก (EEC) โดยยังเป็นแนวคิดของพรรคอยู่ แต่รายละเอียดในกฎหมายจะเขียนอย่างไรเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชาวภาคใต้นั้น พรรคจะพิจารณาให้รอบด้านอีกครั้ง ก่อนยื่นสู่สภาฯ
ส่วนร่างกฎหมายที่ ครม. ไม่ได้ส่งกลับมายังสภาฯ อยากให้ทบทวนหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า คิดว่าเป็นอำนาจของ ครม. เชื่อว่าพิจารณาอย่างรอบด้านแล้ว

