อว. ยกระดับการศึกษาไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เปิดตัวบิ๊กโปรเจกต์ “AI for All Thais” ตั้งเป้าคนไทย 20 ล้านคน เข้าถึงทักษะ AI ใน 4 ปี

346

กรุงเทพ, วันที่ 5 พฤษภาคม – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาพิเศษ ภายในงาน “AI for All Thais” มุ่งยกระดับการศึกษาไทยด้วยการบูรณาการความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาตรฐานระดับโลก มุ่งเข้าสู่ระบบอุดมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม จัดโดย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ Google ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวง อว. โดยมีนายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นางศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ Google คณะผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงาน เข้าร่วม ณ ทรู ทาวเวอร์

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ในยุคที่เทคโนโลยีพลิกโฉมโลกอย่างฉับพลัน การพัฒนากำลังคนด้าน AI ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือก แต่คือ ‘วาระแห่งชาติ’ ที่เราต้องเร่งขับเคลื่อน ท่ามกลางความท้าทายที่ประเทศไทยยังคงขาดแคลนบุคลากรด้านนี้สูงถึง 80,000 คน และการประยุกต์ใช้ในองค์กรที่ยังอยู่ในวงจำกัด กระทรวง อว. จึงขอประกาศความมุ่งมั่นในการเป็นฟันเฟืองหลักเพื่อพลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส เราพร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันโครงการนี้อย่างเต็มกำลัง เพื่อติดอาวุธทางทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต ยกระดับระบบการเรียนรู้ และเตรียมความพร้อมให้คนไทยสามารถยืนหยัดแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งและสง่างาม

“ภาพความร่วมมือระดับประเทศที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือบทพิสูจน์การ Synergistic ระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม โดยกระทรวง อว. มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการนำ AI เข้าไปบูรณาการในหลักสูตรการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เราจะสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่ครอบคลุมตั้งแต่การปูพื้นฐาน ไปจนถึงการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญระดับสูง เพื่อสร้างสรรค์บุคลากรที่มีศักยภาพและพร้อมปฏิบัติงานจริง การผนึกกำลังในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคง เพื่อนำพาประเทศไทยก้าวทะยานสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม AI อย่างยั่งยืนในระยะยาว” รองนายกฯ และ รมว.อว. ระบุ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า อีกหนึ่งมิติที่สำคัญคือการใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างธรรมาภิบาลให้กับประเทศ โดยเฉพาะนโยบาย Zero Corruption ซึ่ง AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใส (Beneficial Ownership) และการติดตามเส้นทางการเงินเพื่อป้องกันปัญหาทุนเทา สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการเข้ามาขยายฐานธุรกิจในไทย นอกจากนี้ เรายังมีพื้นที่ EEC ที่พร้อมจะเป็น Sandbox หรือพื้นที่ทดลองในการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งหากเราใช้กลไกนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดบุคลากรเก่งๆ จากทั่วโลกให้เข้ามาสร้างประโยชน์ร่วมกับคนไทย

“เป้าหมายของผมยิ่งใหญ่กว่านั้น เมื่อครู่ทางพาร์ทเนอร์บอกว่าเราจะทำเพื่อคน 12 ล้านคน แต่ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ผมขอตั้งเป้าไปที่ 20 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรไทยที่ต้องเข้าถึงทักษะ AI ภายใน 4 ปีจากนี้ เพราะหากปราศจากทักษะ AI เราจะไม่สามารถสร้าง Digital Government ที่แท้จริงได้เลย เนื่องจากข้อมูลมหาศาลที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจำเป็นต้องใช้ AI ในการประมวลผลและขับเคลื่อน วันนี้จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการเตรียมความพร้อมด้าน AI Skill สำหรับระบบการศึกษาไทย และผมพร้อมจะสนับสนุนทุกโครงการที่เกิดขึ้นในทุกมิติ เพื่อสร้างอนาคตที่ AI เป็นของทุกคนอย่างแท้จริง” รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับโครงการ “AI for All Thais” ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้แบบครบวงจร โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ เริ่มจากการสร้างพลเมือง AI ที่ให้นิสิตนักศึกษาเรียนรู้พื้นฐานและ Prompt Engineering ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมรับดาต้าฟรี 10GB จากทรูและดีแทค ควบคู่ไปกับการต่อยอดในระยะที่สองด้วยหลักสูตรพิเศษ “AI for Future Workforce” 45 ชั่วโมง ที่นำเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัยและนับหน่วยกิตได้จริง พร้อมโครงการอบรมอาจารย์ผู้สอน (Train-the-Trainer) นอกจากนี้ เพื่อกระตุ้นการลงมือปฏิบัติจริง โครงการยังจัดการแข่งขันประยุกต์ใช้ AI เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนิสิตนักศึกษาผู้ชนะรวม 21 ท่าน ไปเปิดประสบการณ์และศึกษาดูงานด้านเทคโนโลยีถึงสำนักงานใหญ่ Google ประเทศสิงคโปร์อีกด้วย