ดมื่อเวลา 09:30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 69 ที่บริเวณริมฟุตบาทหน้าแดนเนรมิตเก่า นายธมนันท์ แตงทิม หรือจ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้พาผู้เสียหายเป็นครอบครัวผู้เสียชีวิตมาร้องเรียนพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวยกลาง(บช.ก.) เนื่องจากผู้เสียชีวิตถูกทำร้ายร่างกายด้วยการกระทืบที่หน้าอกและศีรษะตั้งแต่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ คดีผ่านมาครึ่งเดือนไม่มีความคืบหน้า
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 17.28 น. นายศุภกิจ เรืองฤทธิ์ อายุ 39 ปี ผู้เสียชีวิต ถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงภายในบริเวณแอร์พอร์ต แมนชั่น ซอยนิเวศน์ชาวฟ้า ถนนประชาอุทิศ 10 แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยผู้ก่อเหตุ คือ นายจิรัฏฐ์วัต สมานสงคราม หรือ โจ อายุ 38 ปี ซึ่งมีพฤติการณ์ใช้เท้าถีบผู้ตายจนล้มลง ก่อนจะใช้เท้าเหยียบและกระทืบบริเวณใบหน้าและศีรษะหลายครั้งภายหลังเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โดยแพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการสมองบวม เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง และกะโหลกศีรษะร้าว ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 16.40 น.
โดยนางกมลชนก พลชัย อายุ 35 ปี ภรรยานายศุภกิจ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา สามีได้บอกกับตนว่า ผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์ชักชวนให้ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ย่านดอนเมือง โดยผู้ก่อเหตุเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ได้พบกันมานานกว่า 10 ปี รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียน และตั้งใจว่าจะไปเล่นน้ำในช่วงกลางวันก่อนกลับในช่วงค่ำ จนในช่วงเย็นวันเดียวกัน ตนไม่สามารถติดต่อสามีได้ กระทั่งในวันที่ 15 เมษายน จึงทราบว่าสามีถูกนำส่งโรงพยาบาล โดยแม่ของผู้ก่อเหตุเป็นผู้โทรมาแจ้งว่า ผู้เสียชีวิตหมดสติ ไม่รู้สึกตัว และชีพจรอ่อนต่อมา
เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุ พบว่าสามีถูกผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ด้วยการใช้เท้ากระทืบบริเวณศีรษะหลายครั้ง ทั้งที่ไม่มีการต่อสู้หรือขัดขืนแต่อย่างใด
ภรรยาผู้เสียชีวิต ระบุอีกว่า ตนได้มีโอกาสสอบถามผู้ก่อเหตุ ซึ่งอ้างว่าทั้งสองฝ่ายอยู่ในอาการมึนเมา ไม่มีการทะเลาะวิวาทรุนแรง มีเพียงการหยอกล้อและตบศีรษะกัน ก่อนจะลงมือกระทำเพียงประมาณ 4 ครั้ง แต่จากภาพกล้องวงจรปิดกลับพบว่ามีการกระทำมากถึง 7–8 ครั้ง ทำให้คำกล่าวอ้างของผู้ก่อเหตุไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงนอกจากนี้ สิ่งที่สร้างความตกใจให้กับตนเป็นอย่างมาก คือ ภายหลังเกิดเหตุ สามีกลับไม่ได้รับการนำส่งโรงพยาบาลทันที แต่ถูกอุ้มไปนอนทิ้งไว้บนแคร่บริเวณใต้อพาร์ตเมนต์ข้ามคืน ก่อนจะถูกนำส่งโรงพยาบาลในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 15 เมษายน ทั้งที่แม่ของผู้ก่อเหตุอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น จนกระทั่งผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตลงในวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา
ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยอีกว่า ตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.ดอนเมืองแล้ว แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ตรวจดูสำนวน และยังทราบว่า ผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตนรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากทราบว่าผู้ก่อเหตุมีความเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ทำให้เกิดความคาใจว่าทำไมผู้ก่อเหตุยังไม่ถูกดำเนินคดีพร้อมกันนี้ ย้ำว่าผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลลูกเล็ก 2 คน และเป็นผู้หารายได้หลัก หากได้รับการช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที อาจไม่เสียชีวิตด้วยเหตุนี้ จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรม และให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยทราบว่าทั้งสองฝ่ายมีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อนแต่อย่างใด
ด้าน นางเสาร์แก้ว พลชัย อายุ 64 ปี แม่ยายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 14 เมษายน เวลาประมาณ 17.00 น. จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่า แม่ของผู้ก่อเหตุได้เดินเข้ามาดูอาการของผู้บาดเจ็บ ก่อนจะกลับไปพักผ่อน โดยไม่มีการนำตัวส่งโรงพยาบาล ปล่อยให้ผู้บาดเจ็บนอนอยู่ในที่เกิดเหตุตลอดทั้งคืนกระทั่งในวันถัดมา เวลาประมาณ 14.00 น. แม่ของผู้ก่อเหตุจึงได้นำตัวลูกเขยของตนส่งโรงพยาบาล ซึ่งทำให้ตนตั้งข้อสงสัยว่า บุคคลดังกล่าวมีส่วนรู้เห็นหรือมีพฤติการณ์ปกปิดความผิดของบุตรหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นนี้อย่างละเอียด
นางเสาร์แก้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเดินทางไปถึงโรงพยาบาล พบว่าลูกเขยมีอาการไม่ตอบสนอง โดยแพทย์แจ้งว่า ผู้บาดเจ็บมีภาวะไตวาย ได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะอย่างรุนแรง และขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน ซึ่งหากได้รับการนำส่งโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงแรก อาจมีโอกาสช่วยชีวิตได้นอกจากนี้ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกผู้เกี่ยวข้องไปสอบปากคำแล้ว แต่ครอบครัวยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาใดบ้าง อีกทั้งเมื่อขอตรวจดูสำนวนคดี กลับไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดความกังวลต่อกระบวนการยุติธรรม

