“สุชาติ” นำคณะทส. เยือนหลวงพระบาง กระชับความร่วมมือไทย–ลาว ยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อม เมืองมรดกโลกอย่างยั่งยืน

306

หลวงพระบาง, วันที่ 30 เมษายน 2569) เวลา 09.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วยนางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัด ทส. และคณะผู้บริหาร เดินทางเยือนแขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมประชุมหารือเชิงนโยบายการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และการดูแลอนุรักษ์พื้นที่มรดกโลกหลวงพระบาง โดยได้ร่วมหารือกับเจ้าแขวงหลวงพระบาง พร้อมด้วยผู้บริหารจากแขนงคุ้มครองมรดกโลก แผนกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และแผนกเกษตรและสิ่งแวดล้อม แขวงหลวงพระบาง

การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในเขตเมืองเก่า โดยได้แลกเปลี่ยนแนวคิดการจัดการขยะ การบำบัดน้ำเสีย และการควบคุมมลพิษในเขตพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อรักษาทัศนียภาพ และระบบนิเวศของเมืองมรดกโลก การดูแลและอนุรักษ์พื้นที่มรดกโลกหลวงพระบาง ให้สมดุลระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์คุณค่าอันเป็นสากล รวมถึงการจัดการสิ่งแวดล้อมระดับท้องถิ่นโดยการสร้างกลไกความร่วมมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในระดับชุมชน ซึ่งการหารือดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างไทยและสปป.ลาว โดยเฉพาะในพื้นที่หลวงพระบาง ซึ่งมีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติ

นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวว่า หลวงพระบางไม่ได้เป็นเพียงมรดกของชาวลาว แต่เป็นมรดกของภูมิภาคอาเซียนและของโลก การรักษาความงดงามนี้ไว้ ต้องอาศัยการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็ง การเดินทางเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างไทยและสปป.ลาว ในครั้งนี้เสมือนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลก เมืองหลวงพระบาง ซึ่งเป็นเมืองที่มีชีวิต (living city) ในลักษณะเดียวกันกับ เชียงใหม่-ล้านนา ที่ไทยเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมรับการตรวจประเมินในพื้นที่ก่อนการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเมื่อได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความท้าทายในการรักษาไว้ซึ่งคุณค่าของแหล่งมรดกโลกในระยะยาวอย่างยั่งยืนตลอดไป

ทั้งนี้ผลจากการหารือ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะพัฒนาแผนทำแผนการทำงานร่วมกัน (Action Plan) ในการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มั่นใจว่าเมืองหลวงพระบางจะมีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบของเมืองมรดกโลกที่มีชีวิตต่อไป

ความร่วมมือครั้งนี้ เน้นย้ำถึงบทบาทของกระทรวง ทส. ในฐานะหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนงานสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ทัดเทียมนานาชาติ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในระยะยาวต่อไป