วันที่ 29 เมษายน 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการสำคัญ 2 คดี ได้แก่ การสกัดจับขบวนการขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และการจับกุมเครือข่ายลักลอบขนบุหรี่เถื่อนรายใหญ่
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลจากการใช้ฐานข้อมูลบิ๊กดาต้าของ บช.ก. ที่มีการรวบรวมข้อมูลการกระทำผิดทั้งการลักลอบขนแรงงานและสินค้าหนีภาษีมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมา ทำให้สามารถวิเคราะห์เส้นทางและพฤติกรรมของขบวนการต่างๆ จนนำไปสู่การจับกุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. ออกตรวจเข้มตามนโยบายกวดขันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ภาคกลาง กระทั่งตรวจพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า อัลติส สีดำ มีลักษณะบรรทุกหนักผิดปกติและติดฟิล์มมืด บริเวณถนนสายเอเชีย (ขาเข้า) กม.17-18 ต.คลองสวนพลู อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเรียกตรวจสอบ
จากการตรวจค้นพบ นาย ZIN BO อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ และมีแรงงานชาวเมียนมาอีก 5 คน อัดแน่นภายในรถ โดยทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทาง จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Messenger จากบุคคลชื่อ “กาวิน” ให้ไปรับแรงงานจาก จ.นครสวรรค์ และ จ.สิงห์บุรี เพื่อนำไปส่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยได้ค่าจ้างรายหัว 500 บาท ขณะที่แรงงานให้การผ่านล่ามว่า ลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติจากเมืองเมียวดี จ.ตาก โดยเสียค่านายหน้าสูงถึงคนละ 15,000 บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว อีกคันในลักษณะเดียวกัน จึงเรียกตรวจสอบ พบ นาย AUNG ZAW อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับ พร้อมแรงงานต่างด้าวอีก 10 คน ซุกซ่อนภายในรถ โดยผู้ขับให้การว่า ได้รับการว่าจ้างผ่าน Messenger จากบุคคลชื่อ “ซัน ชิน วิน” ให้รับแรงงานจาก จ.สิงห์บุรี และนครสวรรค์ ไปส่งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 1,000 บาท และเคยทำมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่แรงงานบางรายจ่ายเงินค่านายหน้าแล้ว 11,000 บาท บางรายยังผ่อนชำระ
เบื้องต้นแจ้งข้อหาผู้ขับขี่ทั้ง 2 ราย ในข้อหา “ช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือช่วยให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” ส่วนแรงงานทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนอีกคดี เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษี หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบขนบุหรี่จากประเทศกัมพูชาเข้ามากระจายในพื้นที่ชั้นในของไทย กระทั่งพบรถบรรทุกตู้ทึบยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ขับมาจาก จ.ตราด มุ่งหน้า จ.จันทบุรี มีพฤติการณ์ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงติดตามและเรียกตรวจบริเวณ ทล.3 กม.302-303 ต.วังโตนด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี
ผลการตรวจค้นภายในตู้ทึบท้ายรถพบบุหรี่ต่างประเทศจำนวนมาก อาทิ Gold Seal, Mond, Texas, Marlboro รวมทั้งสิ้น 31,750 ซอง โดยไม่มีตราประทับเสียภาษี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท จึงควบคุมตัว นายมนตรี อายุ 43 ปี คนขับ และ นายพรพรม อายุ 44 ปี ผู้โดยสาร พร้อมยึดของกลางทั้งหมด
สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนบุหรี่เถื่อนดังกล่าว โดยทราบดีว่าเป็นสินค้าผิดกฎหมายที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำไปกระจายจำหน่ายในพื้นที่ชั้นใน
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. ดำเนินคดี พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการรายใหญ่ต่อไป

