ศุลฯท่าเรือยึดบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมน้ำยา-ก๊าซหัวเราะ ล็อตใหญ่ เสียหาย 27 ล้านบาท

175

ศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ยึดบุหรี่ไฟฟ้า5.2 หมื่นชิ้น พร้อมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าพร้อม100 เเกลลอน กว่า2 ตัน และก๊าซหัวเราะ1.2 เเสนกระบอก มูลค่าความเสียหายเศรษฐกิจกว่า 27 ล้านบาท”ธนกฤต“ ลั่นเดินหน้าปราบเข้มงวด

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ กรมศุลกากร นายธนกฤต ลิ้นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ เปิดเผย ผลการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าครบชุดพร้อมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า
และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซหัวเราะ) มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 27 ล้านบาท

ว่าตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้ามา
ในประเทศ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ให้กรมศุลกากรเข้มงวดในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดย
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ได้รับนโยบายและสั่งการให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตาม
อย่างเคร่งครัด

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร จึงสั่งการให้ เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย ตามนโยบายของรัฐบาล ในการยกระดับมาตรการการตรวจสอบสินค้า เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของประเทศและสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคม

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา( 23เม.ย.) เจ้าหน้าที่ศุลกากรฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการศุลกากรที่ 1 ส่วนบริการ ศุลกากร 2 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้ร่วมตรวจสอบสินค้านำเข้า โดยสำแดงเป็นสินค้าเบ็ดเตล็ด จำนวน 4 รายการ ตรวจสอบพบสินค้าที่ไม่สำแดง ดังนี้

  1. บุหรี่ไฟฟ้าครบชุดสมบูรณ์จำนวน 52,000 ชิ้น และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 100 แกลลอน น้ำหนัก
    รวมทั้งสิ้น 2,000 กิโลกรัม มูลค่า 5.56 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการนำสินค้าต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็น
    ความผิดตาม พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่ และ
    บารากูไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557
  2. ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide) หรือก๊าซหัวเราะ คละขนาด จำนวนรวม 126,226 กระบอก มูลค่า 21.27 ล้านบาท โดยไม่มีใบอนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตาม พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2560 พรบ.ยา พ.ศ. 2510 และ พรบ.อาหาร พ.ศ. 2522

นายธนกฤต กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมศุลกากรและสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ จะเดินหน้าป้องกัน
และปราบปรามการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจังจัง เข้มงวดและต่อเมือง โดยจะไม่ยอมให้สินค้าดังกล่าวหลุดรอดไปสร้างความเสียหายต่อประชาชน