กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อหมูดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หูดับ (Streptococcus suis) โรคติดเชื้อรุนแรงที่อาจนำไปสู่ภาวะหูหนวกถาวร พิการหรือเสียชีวิตได้ พร้อมขอความร่วมมือ หลีกเลี่ยงการจัดเลี้ยงหรือบริโภคเมนูหมูดิบในงานบุญ งานพิธี และกิจกรรมรวมกลุ่ม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน โดยเน้นย้ำหลัก “กินสุก แยกอุปกรณ์ สะอาดทุกขั้นตอน” เป็นแนวทางป้องกันที่สำคัญที่สุด
วันนี้ (28 เมษายน 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 24 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 241 ราย (อัตราป่วย 0.371 ต่อประชากรแสนคน) โดยพบมากในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ 50 – 59 ปี และ 40 – 49 ปี ตามลำดับ พื้นที่ที่พบรายงานผู้ป่วยต่อเนื่อง ได้แก่ ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง และภาตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
“สถานการณ์ปีนี้ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 (เมษายน – มิถุนายน) ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศร้อน และมีพฤติกรรมบริโภคอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ มากขึ้น โรคนี้อาจเริ่มจากอาการคล้ายไข้ทั่วไป แต่สามารถลุกลามอย่างรวดเร็วถึงขั้นสูญเสียการได้ยินถาวรหรือเสียชีวิตได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าประมาทกับการกินหมูดิบแม้เพียงเล็กน้อย” อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ติดเชื้อมักเริ่มมีอาการภายใน 3 วันหลังรับเชื้อ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น คอแข็ง ซึม ชัก หรือมีจ้ำเลือดตามผิวหนัง เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและลุกลามไปยังเยื่อหุ้มสมอง จะทำให้เกิด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และอาจลุกลามไปยังประสาทหูชั้นใน ส่งผลให้เกิดอาการหูตึง หูดับ หรือหูหนวกถาวรได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ความอันตรายของโรคนี้อยู่ที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเร็ว หลายรายจากคนปกติ กลายเป็นผู้พิการทางการได้ยินภายในไม่กี่วัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น หากมีไข้ร่วมกับประวัติกินหมูดิบหรือสัมผัสหมูดิบ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติเสี่ยงให้ชัดเจน เพื่อให้ได้รับยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงการหูหนวกและการเสียชีวิตได้
กรมควบคุมโรคขอเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคไข้หูดับ โดยขอความร่วมมือประชาชนให้ปรับพฤติกรรมการบริโภคและการประกอบอาหารอย่างเคร่งครัด โดย 1) บริโภคอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบทุกชนิด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการติดเชื้อ 2) แยกอุปกรณ์ปรุงอาหารระหว่างเนื้อหมูดิบและสุก ไม่ใช้เขียงหรือภาชนะร่วมกัน เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อ 3) เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ไม่บริโภคเนื้อที่มีสีคล้ำหรือมีกลิ่นผิดปกติ 4) หลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อหมูหรือเลือดด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องควรสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น ถุงมือ รองเท้าบูท หรือหน้ากากอนามัย 5) ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสเนื้อหมู เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ร่างกาย 6) หลีกเลี่ยงการจัดเลี้ยงหรือบริโภคเมนูหมูดิบในงานบุญ งานพิธี หรือกิจกรรมรวมกลุ่ม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน และ 7) หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หรืออาการผิดปกติภายหลังมีประวัติเสี่ยง ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติเสี่ยง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ การบริโภคหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อาจไม่ใช่เพียงพฤติกรรมการกินที่ผิดสุขลักษณะ แต่ยังเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรหรืออันตรายถึงชีวิตได้ กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบ และยึดหลัก “กินสุก สะอาด ปลอดภัย” เพื่อปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัว หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

