เปิดแผนประทุษกรรม 2 มังกรจีนก่อเหตุชิงทองโคราช อ้างเป็นถึงช่างซ่อมโดรน แต่เหลือเงินติดตัว20บาท !!

112

เปิดแผนประทุษกรรม 2 มังกรจีน บุกชิงทองกลางเมืองโคราช อ้างเป็นช่างซ่อมโดรนถูกว่าจ้างตัวละกว่า4หมื่นดอลล่าร์ แต่ยกเลิกงาน เหลือเงินติดตัว 20 บาท จึงวางแผนก่อเหตุหาเงินกลับบ้าน และมีแผนจะเข้ามอบตัวสถานทูตจีน – ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อชี้คำให้มีพิรุธ

วันที่ 28 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานแผนประทุษกรรม 2 คนร้ายชาวจีน ก่อเหตุชิงทองอย่างอุกอาจ ในร้านทองเยาวราชด่านเกวียน ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จว.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 27 เมษายน ก่อนถูกเจ้าที่ตำรวจรวบตัวไว้ได้

โดย2คนร้าย ประกอบด้วย นายโจว ฉินเทา อายุ 27 ปีและนายซ่ง ห่าวหลง อายุ18ปี ได้เปิดปากรับสารภาพโดยยอมรับว่าเป็นช่างซ่อมอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน และจะได้ค่าจ้างซ่อมโดรนตัวละ 40,000 ดอลล่าร์ (ประมาณ 1,500,000 บาท )จึงหวังว่าจะได้เงินค่าจ้างในการใช้จ่ายและเดินทางกลับ โดยเข้ามาที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 จากนั้นได้มีการเช่ารถ ในพื้นที่ประเวศ กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปซ่อมโดรนตามที่ผู้ว่าจ้างให้ไปซ่อม ซึ่งได้ปักหมุดให้เดินทางไปยังชายแดนอรัญประเทศ ซึ่งตนเองก็ได้เดินทางไป แต่เมื่อไปถึงแล้วรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ต่อมาทางผู้ว่าจ้าง ได้ปักหมุดสถานที่ให้เดินทางที่ใหม่ใน อ.แม่สอด จว.ตาก ตนเองจึงยกเลิกไม่เดินทางไปตามที่ผู้ว่าจ้างนัดหมาย ระหว่างที่อยู่ชายแดนอรัญประเทศ มีเงินติดตัวรวมกัน 2 คน 20 บาท โดย3วันที่อยู่ในไทยได้ใช้ชีวิตกินนอนในรถที่ที่เช่ามา

จึงมีแนวคิดว่าจะหาเงิน ด้วยการวางแผนก่อเหตุชิงทองในหลายพื้นที่ เช่น สภ.บ้านเหลือม แต่ไปดูลาดลาวแล้วพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็ง จนกระทั่งมาตกผลึกที่ร้านทองในพื้นที่อ.โชคชัย ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพักประมาณ 10 กิโลเมตร ไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและแม้ที่ร้านจะมีลูกกรงเหล็กแน่นหนา แต่ได้ใช้ค้อนทุบเพื่อเปิดเข้าไปด้านในได้ จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ ได้ทรัพย์สินเป็นแหวนและต่างหู รวมมูลค่ากว่า 380,000 บาท ก่อนที่จะได้นำแหวนน้ำหนัก1สลึง 1วงไปขาย ได้เงินมา 16,800บาท โดยเงินจำนวนดังกล่าวยังไม่ได้นำไปใช้จ่ายเพราะถูกจับกุมตัวได้ก่อน

ทั้งนี้ ทั้งสองคนยังอ้างว่าหลังก่อเหตุแล้วจะนำรถที่ไปเช่ามาไปคืนที่เต็นท์รถในเขตประเวศ กรุงเทพฯและจะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทย

โดยหลังก่อเหตุได้ใช้เส้นทางหลบหนีจากจุดเกิดเหตุมุ่งหน้าถนนมิตรภาพเข้าสู่ สระบุรี อยุธยา เข้ามอเตอร์เวย์ มาลงพื้นที่ย่านหัวหมาก เขตบางกะปิ โดยระหว่างเข้าพื้นที่ย่านหัวหมาก ตำรวจชุดสืบภาค3และตำรวจนครราชสีมา และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ประสานมายังพื้นที่ตำรวจนครบาลและแจ้งวิทยุผ่านฟ้าในการสกัดจับคนร้ายทั้ง 2 รายจนกระทั่งทราบว่าคนร้ายมุ่งหน้าไปเต็นท์รถย่านประเวศ

โดยทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้เข้าไปสังเกตการณ์ที่เต็นท์รถเพียง 1 นาย และต่อมาได้ขอกำลังสนับสนุนจาก สน.ประเวศ อีก 4 นาย ไปเฝ้าสังเกตการณ์จนกระทั่งคนร้ายปรากฏตัวที่เต็นท์รถ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวพร้อมกับตรวจสอบของกลางพบว่ามีแหวนทอง จำนวนหลายสิบวง มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท ก่อนจะนำตัวไปสอบสวนขยายผล สภ.โคราช

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าแม้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 รายจะให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริงแต่คำให้การของผู้ต้องหาจะให้กันอย่างไรก็ได้แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากคำให้การมีพิรุธโดยเฉพาะการเข้ามาไม่มีเงินติดตัวมีเพียง 20 บาท บวกกับเส้นทางที่จะไปซ่อมโดน รวมทั้งเรื่องของการขับรถยนต์มีใบขับขี่หรือไม่ ตำรวจจะต้องตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด ว่ามีบุคคลใดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ในการจับกุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ชุดสืบสวน สภ. โชคชัย ตำรวจนครบาลและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 4

สำหรับมูลเหตุการก่อเหตุครั้งนี้ตำรวจสภ.โชคชัย ได้ประสานกับเต็นท์รถที่ให้ทั้งสองคนเช่า เพื่อจะนำข้อมูลของ GPS ที่ปรากฏในรถ ว่าสอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหาหรือไม่ เนื่องจากผู้ต้องหายังให้การวกวน อีกทั้งอ้างว่ามีเงินเหลือติดตัวเพียง 20 บาทที่จะเดินทางกลับประเทศไม่ได้จึงลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์คครั้งนี้

ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 รายขณะนี้ทางสภ.โชคชัยได้มารับตัวไปสอบปากคำตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และได้ขอศาลดำเนินการออกหมายจับในข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์และทำลายเครื่องกีดขวาง รวมทั้งความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืนที่คนร้ายอ้างว่าเป็นปืนปลอมและได้นำไปทิ้งแม่น้ำแล้ว