หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมรวบยกแก๊ง หลอกขายรถก่อนอุ้มปล้น พบพฤติการณ์ผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นตำรวจ

รวบยกแก๊ง หลอกขายรถก่อนอุ้มปล้น พบพฤติการณ์ผู้ต้องหาอ้างตัวเป็นตำรวจ

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวยกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.5, กก.6 และ กก.สนับสนุน บก.ป. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการปิดล้อม เปิดปฏิบัติการ “Undersea Storm” ดับแก๊งมาเฟียอันดามัน “ลวง อุ้ม ปล้น”

คดีนี้เริ่มจาก นางสาวดาว ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เพื่อดำเนินคดีกับ นางสาวนาตยา และพวก หลังร่วมกันก่อเหตุทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ เหตุเกิดภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.นาเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ก่อนจะมาร้องขอความช่วยเหลือกับ บก.ป.

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนล่วงหน้า แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทั้งติดต่อ หลอกลวง ผู้รับเงิน ผู้ขับรถ และผู้ใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีการนัดหมายสถานที่ เวลา และเตรียมยานพาหนะไว้ล่วงหน้า มูลเหตุเชื่อว่าเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวระหว่าง น.ส.พนิดา กับ นายวิเศษ ซึ่งเคยอยู่กินฉันสามีภรรยา ภายหลัง น.ส.พนิดา พ้นโทษคดียักยอกทรัพย์ เมื่อปี 2568 ได้พยายามเรียกร้องเงินจำนวน 500,000 บาท จากนายวิเศษ เพื่อแลกกับการไม่ยุ่งเกี่ยวกัน แต่นายวิเศษไม่ยินยอม จึงเกิดความโกรธแค้นและวางแผนก่อเหตุโดยใช้วิธี “หลอกขายรถยนต์” เพื่อล่อเป้าหมายมายังจุดนัดพบ

ในวันเกิดเหตุ นายวิเศษไม่ได้เดินทางมาตามนัด จึงให้ นางสาวดาว ซึ่งมีอาชีพรับซื้อรถยนต์มือสอง มาแทน แม้กลุ่มผู้ก่อเหตุจะทราบว่าเป้าหมายเปลี่ยนไป แต่ยังคงเดินหน้าตามแผน เมื่อผู้เสียหายเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหาได้แสดงบทบาทตามแผน โดย นางสาว นาตยา ทำหน้าที่เสนอขายรถ รับโอนเงิน 110,000 บาท และรับเงินสดอีก 140,000 บาท จากผู้เสียหาย ก่อนส่งต่อเงินให้ นายปรีชา และหลบหนีออกจากพื้นที่ ภายหลังยังโอนเงินต่อไปให้ นางสาวพนิดา 69,000 บาท ส่วนที่เหลือเก็บไว้ใช้ส่วนตัว

ขณะที่ นายปรีชา ทำหน้าที่นำรถกระบะมาแสดงให้ดู แต่ไม่ส่งมอบกุญแจ และรับเงินสด 140,000 บาท ก่อนหลบหนีไปพร้อมเงินส่วน นายเจษฎากร และนายปฐมพงษ์ ขับรถมาจอดรอโดยไม่ดับเครื่อง เมื่อผู้เสียหายชำระเงินแล้ว ได้เข้ามาใช้กำลังพยายามบังคับตัวขึ้นรถ โดยอ้างตัวเป็นตำรวจ แต่ผู้เสียหายสามารถดิ้นหลบหนีได้ อย่างไรก็ตาม คนร้ายยังได้ทรัพย์สินไปเป็นกระเป๋า ภายในมีเงินสด 120,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

นอกจากนี้ นางสาวพนิดา ได้เข้ามาในจุดเกิดเหตุเพื่อขับรถกระบะออกไป แต่ถูกผู้เสียหายวิ่งไล่ติดตาม จึงส่งกุญแจรถให้ นางสาวอัจจิมา ขับรถหลบหนีแทน และยังมีการโอนเงินจำนวน 50,000 บาท ในช่วงเวลาก่อเหตุ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวด้วยว่า จากการสืบสวนยังพบว่า นางสาว อัจจิมา มีส่วนร่วมในการจัดเตรียมบัญชีธนาคารสำหรับรับโอนเงิน และอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ขณะที่ นายสุนทร ทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการผ่านการสื่อสาร เป็นศูนย์กลางกระจายข้อมูลให้ผู้ร่วมก่อเหตุทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติ พบว่า นายปฐมพงษ์ เคยก่อเหตุกรรโชกทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง และเคยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับเงินในลักษณะเดียวกัน

ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลฯ ออกหมายจับผู้ต้องหารวม 7 ราย ก่อนนำกำลังเข้าตรวจค้น 3 จุด ในพื้นที่ จ.กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช และกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นรถยนต์ 4 คัน โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 17 เล่ม และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 1 ราย อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น ผู้ต้องหาบางรายให้การปฏิเสธ ขณะที่บางรายรับสารภาพในข้อเท็จจริงบางส่วน ซึ่งสอดคล้องกับพยานหลักฐานในคดี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img