“กัญจนา” ยัน “ชาติไทยพัฒนา” ยังเป็นพรรค พร้อมประสาน สส.สุพรรณ ช่วยชาวบ้านเหมือนเดิม ชี้ “วราวุธ” นำทีมย้ายไป ภท. เพื่อโอกาสทำงานให้ ปชช. รับหากไม่ย้ายอาจไม่ได้เป็นแม้ สส.

84

สุพรรณบุรี, เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 เมษายน – ที่โรงแรมสองพันบุรี อ.เมืองสุพรรณบุรี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ครั้งที่ 2/2569 โดยมีแกนนำพรรคและสมาชิกพรรคคนสำคัญเข้าร่วมหลายคน อาทิ นายจองชัย เที่ยงธรรม สมาชิกพรรค, นายธีระ วงศ์สมุทร ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาและประธานคณะกรรมการดำเนินกิจการของพรรค สาขาพรรค และตัวแทนพรรคประจำจังหวัด, นายสมชาย สุจิตต์ หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา

โดย น.ส.กัญจนา กล่าวในที่ประชุมว่า การเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว มีการตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ไปเป็น รมว.อุตสาหกรรม ขณะที่ อดีต สส.พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เป็น สส.ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีโอกาสทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน ที่น่ายินดีคือ นายนิกร จำนง ซึ่งเป็นสมาชิกเก่าแก่ของพรรคได้มีโอกาสเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ภท. ด้วย อยากบอกคนสุพรรณบุรีว่า ณ ตอนที่นายวราวุธ และอดีต สส.ของพรรคย้ายไปพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อาจจะเกิดความไม่เข้าใจ และตำหนิว่าย้ายพรรค หากวันนั้นนายวราวุธ และสมาชิกพรรคไม่ย้ายไป ในวันนี้อย่าว่าแต่เป็นรัฐมนตรีเลย นายวราวุธอาจจะไม่ได้เป็น สส. ทำให้โอกาสที่จะรับใช้ประชาชนน้อยลง

คนพูดสวยหรูว่า อยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ แต่นั่นเป็นแค่คำพูด ความเป็นจริงการมีตำแหน่งทางการเมือง มีศักยภาพในการรับใช้พี่น้องประชาชนสูงกว่ามาก ยิ่งนายวราวุธได้เป็นรัฐมนตรี จะดูแลพี่น้องได้มากกว่าเป็น สส. ถ้านายวราวุธไม่ได้เป็นอะไรจะดูแลพี่น้องประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน การที่พวกเขาไปพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคใหญ่และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้มีเครือข่ายประสานงานในกระทรวงต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

น.ส.กัญจนา กล่าวว่า บางคนพูดว่า นายวราวุธทิ้งพรรคที่พ่อสร้าง อยากชี้แจงอีกครั้งว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ก็ไม่ได้ก่อตั้งพรรคชาติไทย (ชท.) แต่พรรคก่อตั้งโดยผู้ใหญ่กลุ่มซอยราชครู คือ (ยศขณะนั้น) พล.ต.ประมาณ อดิเรกสาร พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ และพล.ต.ศิริ สิริโยธิน เมื่อปี 2517 ต่อมาเมื่อมีข่าวว่านายบรรหารจะลงการเมือง ก็มีพรรคต่าง ๆ มาทาบทาม แต่นายบรรหารเลือกมาอยู่กับพรรคชาติไทยและเติบโตมาโดยตลอด ย้ำว่า นายบรรหารไม่ได้เป็นคนตั้ง ชท. พรรคมีอยู่แล้ว นายบรรหารแค่ต้องการหาพื้นที่ทำงานให้กับคนสุพรรณบุรี และคนไทยทั้งประเทศ จึงหาพรรคที่ให้โอกาสได้ วันนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้านายวราวุธยังอยู่กับ ชทพ. คงไม่มีศักยภาพรับใช้พี่น้องประชาชนได้เต็มที่ การย้ายไปพรรคภูมิใจไทยก็เหมือนกับนายบรรหารมาอยู่กับพรรคชาติไทยในตอนต้น

น.ส.กัญจนา กล่าวว่าทุกวันนี้ถ้าพี่น้องประชาชนมีเรื่องเดือดร้อนอะไร ในฐานะที่เราเป็นพรรคพี่พรรคน้อง เชื่อมกันได้ ให้มาบอกพรรค ชทพ. เราจะประสานกับนายวราวุธและอดีต สส.ของพรรคในสุพรรณบุรีทั้ง 4 เขต เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน   “ใส่เสื้อสีอะไรไม่สำคัญ มันสำคัญว่าใส่สีนั้นแล้วมีโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ถ้านายวราวุธและอดีต สส.ใส่เสื้อสีชมพูคงไม่มีศักยภาพทำงานได้เต็มที่ วันนี้ใส่สีน้ำเงินก็มีศักยภาพในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนได้มากขึ้น ดังนั้นใครมาต่อว่า ฝากสมาชิกช่วยชี้แจงว่า พ่อบรรหารไม่ได้เป็นคนตั้งพรรคชาติไทย แต่อาศัยพรรคชาติไทยเพื่อมีพื้นที่ทำงาน เหมือนวันนี้ที่นายวราวุธไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมี่ผ่านมาเขาให้เกียรติมาก ตอนไปเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยก็ให้อยู่ลำดับที่ 3 และให้เกียรติอดีตสมาชิกพรรคทุกคน”

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้เราประสบปัญหาน้ำมันแพง สาเหตุไม่ได้เกิดขึ้นเพราะปัจจัยในประเทศ แต่เป็นเพราะภาวะสงคราม ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย โดยรัฐบาลต้องการให้ประชาชนทราบราคาที่แท้จริง ให้ทราบว่าราคาน้ำมันแพงและต้องปรับตัวอย่างไร รัฐบาลพยายามช่วยในเรื่องค่าครองชีพ โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเราทุกคนต้องช่วยกัน ปรับวิธีการใช้น้ำมัน ต้องประหยัด

“โควิดเรายังผ่านกันมาได้ น้ำมันมันแพงอาจรู้สึกว่าน้ำมันหนักกว่า ตอนโควิดก็หนัก เราตายก็เยอะ เราลำบากในการดำรงชีวิต แต่ตายเพราะน้ำมันแพงเรายังไมได้ยินตรงนั้น ตอนโควิดต้องปิดพื้นที่เป็นพื้นเลย เราลำบากมาก ก็ผ่านกันมาได้ ไม่มีอะไรยึดโยงถาวร วันนี้ถ้าสงครามสงบก็กลับสู่สภาวะปกติ ราคาน้ำมันก็ลดลง เราผ่านโควิดมาได้ก็ผ่านน้ำมันแพงได้ ขอให้กำลังใจ ช่วงนี้อากาศร้อน แต่ใจอย่าร้อน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน” น.ส.กัญจนา กล่าว

น.ส.กัญจนา กล่าวตอนท้ายว่า เรายังเป็นพรรคการเมือง มีหัวหน้าพรรค กรรรมการบริหารพรรค และสาขาพรรคในภาคต่างๆ มีสมาชิกพรรค แต่แน่นอนว่า กิจกรรมทางการเมืองคงไม่ได้มากอย่างในอดีต เพราะเราไม่มี สส. เรายังมีสถานะเป็นเสมือนหนึ่งตัวแทนพี่น้องประชาชนที่จะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนหรือข้อชี้แนะต่างๆ ได้อยู่ เราจะประสานให้กับอดีต สส. ที่ไปเป็น สส.และรัฐมนตรีภายใต้สังกัดพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเขามีศักยภาพในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน ไม่ได้แตกต่างจากตอนสวมเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา

น.ส.กัญจนา ระบุว่า ไม่ต้องไปคิดถึงสีเสื้อ สส.สุพรรณ เขต 1 นายสรชัด สุจิตต์ ก็คือคนเดิม, นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ก็รับใช้ประชาชนในเขต 2 เหมือนเดิม ส่วนเขต 3 แม้ นายนพดล มาตรศรี จะแพ้ให้กับพรรคกล้าธรรม แต่ไม่ได้ทิ้งพี่น้องประชาชน นายนพดลยังอยู่ช่วยงานของเรา เราจะยังทำงาน แม้ไม่ได้ สส.เขตนี้ ประชาชนยังฝากทุกข์สุขกับ สส.พรรคภูมิใจไทยได้ ขณะที่เขต 4  นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ยังดูแลพื้นที่เหมือนเดิม ขณะที่ เขต 5 ไม่ต้องกังวล นายประภัตร โพธสุธน อยู่พรรคชาติไทยตั้งแต่ปี 2518 ก่อนนายบรรหาร เสียอีก ดังนั้น ทั้ง 5 เขตของสุพรรณบุรี แม้ว่า จะเป็นสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย หรือในเขตที่เราไม่ได้ สส. พรรคภูมิใจไทยก็ยังดูแลประชาชน ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ยินดีที่จะเป็นจุดบอกเล่าทุกข์สุข เราจะประสานให้ สส.ในเขตเป็นอย่างดี เรายังมีสถานะเป็นพรรคการเมืองอยู่เช่นนี้