“ยศชนัน” มอบนโยบาย ป.ย.ป. เดินหน้า 3 ภารกิจเร่งด่วน กิโยตินกฎหมาย-ปลดล็อก ศก.สุขภาพ-ใช้เอไอ ดันไทยสู่ ศก.ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

224

ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), วันที่ 17 เม.ย. – สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เข้าพบ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว. เพื่อรับมอบนโยบายการขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ภายใต้เป้าหมายร่วมในการ ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็น “กระดูกสันหลัง” ยกระดับไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง สู่การเป็นประเทศรายได้สูงในระยะยาว อย่างเป็นรูปธรรม โดยมอบกรอบงานเร่งด่วน 3 ประเด็นหลัก

ประเด็กแรก ศ.ดร.ยศชนัน ได้เร่งรัดให้ ป.ย.ป. ดำเนินนโยบายกิโยตินกฎหมาย (Regulatory Guillotine) อย่างเต็มกำลัง เพื่อตัดกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน ล้าสมัย และเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมพลิกบทบาทของรัฐ จาก “รัฐควบคุม” ไปสู่ “รัฐบริการ” ที่อำนวยความสะดวกอย่างแท้จริง เพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการอนุมัติ-อนุญาต ลดการใช้ดุลพินิจที่เปิดช่องให้เกิดการทุจริต และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ทันโลก

ประเด็นที่ 2 รองนายก และ รมว.อว. ได้มอบหมายให้ ป.ย.ป. พัฒนากรอบกฎหมาย และกลไกเชิงนโยบายที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่าเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) โดยตั้งเป้าว่าจะให้เป็นผลิตภัณฑ์แชมเปี้ยน (Champion Product) ของประเทศไทย และยืนยันว่า “ไทยสามารถขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้ และไม่มีใครเถียงเราได้” โดย ต้นน้ำ ให้พัฒนา Sandbox ทางกฎหมาย เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์การทดลองทางคินิก (Clinical Trial Hub) ของภูมิภาค ดึงดูดการลงทุนด้านการวิจัยทางคลินิกและอุตสาหกรรมการแพทย์ขั้นสูงเข้าประเทศ

กลางน้ำ และ ปลายน้ำ – เปิดทางให้ เทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ ๆ (Medical Technology) เช่น การบำบัดด้วยเซลล์และยีน (Cell & Gene Therapy) เครื่องมือแพทย์มูลค่าสูง และเอไอทางการแพทย์ (Medical AI) เข้าถึงผู้ป่วยไทยได้เร็วขึ้น ควบคู่กับการยกระดับบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมดนี้เพื่อทำให้เศรษฐกิจสุขภาวะเป็น “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ของประเทศอย่างแท้จริง

ส่วนประเด็นสุดท้าย ศ.ดร.ยศชนัน มอบหมายให้ ป.ย.ป. พัฒนาระบบ AI มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการจัดทำนโยบาย วิเคราะห์ข้อมูลเชิงกฎหมาย และเร่งรัดการผลักดันร่างกฎหมายสำคัญของประเทศ อาทิ ร่างกฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (Platform Economy) ให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เสริมขีดความสามารถของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นระบบ