วันที่ 17 เมษายน 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. และ ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึง ภก.เลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการฯ ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่าย “ส่งออกทิพย์” แจ้งข้อมูลเท็จอ้างส่งออกยาไปต่างประเทศ ก่อนลักลอบกักตุนและกระจายขายในประเทศ ตรวจยึดยาทรามาดอล (ยาเขียวเหลือง) และยาอันตรายรวมกว่า 20 ล้านแคปซูล มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ตำรวจ บก.ปคบ. ร่วมกับ อย. เฝ้าระวังการลักลอบใช้ “ยาทรามาดอล” ซึ่งถูกจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ หลังพบกลุ่มวัยรุ่นนิยมนำไปผสมเป็นสูตร “4×100” จนนำไปสู่การใช้ผิดวัตถุประสงค์ กระทั่งตรวจพบความผิดปกติในระบบ FDA Reporter ของผู้รับอนุญาตรายหนึ่ง ที่แจ้งข้อมูลการส่งออกยาไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าไม่มีการส่งออกจริง กลับนำยามากักตุนเพื่อจำหน่ายในประเทศ
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับ อย. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี เข้าตรวจค้นเป้าหมาย จุดแรก เป็นโกดังในพื้นที่แขวงคลองสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ตรวจยึดยาทรามาดอล ชื่อการค้า “Comadol” จำนวน 15,600,000 แคปซูล แบ่งเป็นยาที่มีรายงานขายไปต่างจังหวัด 11,600,000 แคปซูล และอายัดเพิ่มอีก 4,000,000 แคปซูล พร้อมตรวจพบยาอันตรายประเภทน้ำแก้แพ้แก้ไอ 124,000 ขวด และยาแก้ปวดชนิดอื่นอีก 4,160,000 เม็ด รวมถึงเอกสารการจำหน่ายจำนวนมาก

จุดที่สอง เป็นอาคารพาณิชย์ในเขตหนองจอก ซึ่งจดทะเบียนเป็นสถานที่ขายส่งแต่ไม่เคยเปิดจริง ใช้เป็นจุดพักยา ตรวจยึด “Comadol” อีก 4,375,800 แคปซูล จาก 3 รุ่นการผลิต ซึ่งมีการรายงานเท็จว่าส่งไปยังร้านขายยาในต่างจังหวัด
ส่วนจุดที่สาม เป็นร้านขายยาใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี อ้างรับยามาจำหน่าย แต่ไม่พบของกลางในร้าน พบเพียงเอกสารการซื้อขายที่เชื่อมโยงกับโกดังในพื้นที่หนองจอก และหลักฐานการจำหน่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังพบยา Diazepam ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 4 จำนวน 980 เม็ด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าของผลิตภัณฑ์ ร้านยานอมินี และร้านค้าปลีกที่ลักลอบจำหน่ายยาให้เยาวชน ในข้อหา “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ครอบครองหรือจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.ยา และความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านภญ.สุภัทรา ระบุว่า คดีนี้เริ่มจากการตรวจพบความผิดปกติในระบบรายงาน FDA Reporter ซึ่งผู้รับอนุญาตร่วมมือกับร้านยาใน จ.ปราจีนบุรี แจ้งข้อมูลเท็จอ้างส่งออกยา แต่แท้จริงนำมากักตุนในโกดังย่านคลองสามวาและหนองจอก ก่อนกระจายไปยังแหล่งจำหน่ายผิดกฎหมาย เช่น ร้านน้ำต้มกระท่อม และช่องทางออนไลน์
ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการปกป้องเยาวชนจากการใช้ยาในทางที่ผิด ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเสพสารเสพติดรุนแรง อีกทั้งการกักตุนและแจ้งข้อมูลเท็จยังส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข ทำให้เกิดภาวะยาขาดแคลน และผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ยาอาจต้องซื้อในราคาที่สูงขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมอีกด้วย


