กรุงเทพฯ, วันที่ 15 เม.ย. – นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ของประเทศไทย ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างล้นหลาม โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็น จุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกในเดือนเมษายน 2569 จาก Big 7 Travel สื่อท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลกจากสหราชอาณาจักร ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพลังของ “สงกรานต์ไทย” ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก เมื่อปี 2566 ซึ่งเป็นประเพณีที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะ สามารถสร้างประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยความสุข ความอบอุ่น และมิตรภาพให้กับผู้คนจากทั่วโลก
“สงกรานต์ไทยไม่ใช่เพียงเทศกาลแห่งความสนุกสนาน แต่คือพื้นที่ของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์ของครอบครัวและญาติมิตร รวมทั้งเป็นช่วงเวลาที่คนแปลกหน้าสามารถยิ้มให้กัน แบ่งปันความสุข และสร้างความทรงจำร่วมกันได้อย่างงดงาม นี่คือเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยที่โลกสัมผัสได้จริง” รมว.วธ. กล่าว พร้อมระบุว่า คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ไม่น้อยกว่า 6.5 ล้านคน และก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาทในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า ความสำเร็จของสงกรานต์ในปีนี้ ไม่ได้เกิดจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดจาก คนไทยทั้งประเทศ ที่ร่วมกันเป็นเจ้าภาพและเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ร่วมกันแสดงออกถึงน้ำใจไมตรี ความเอื้อเฟื้อ และรอยยิ้มแบบไทย รวมถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ‘ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน’ ที่ช่วยสะท้อนอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของชาติได้อย่างงดงาม สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้สงกรานต์ไทยไม่ใช่เพียงเทศกาล แต่เป็นประสบการณ์ที่ตราตรึงใจผู้คนทั่วโลก
แม้ช่วงวันหยุดหลักของเทศกาลสงกรานต์จะผ่านไปแล้ว แต่เทศกาลสงกรานต์ยังคงจัดอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดชลบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดน่าน ซึ่งยังคงมีกิจกรรมทั้งในรูปแบบประเพณีดั้งเดิมและกิจกรรมสร้างสรรค์รองรับนักท่องเที่ยว โดย วธ. มีแนวทางยกระดับการจัดประเพณีสงกรานต์ในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น และมีศักยภาพสูง จำนวน 18 จังหวัด ครอบคลุมทั้งเมืองอัตลักษณ์และเมืองน่าเที่ยว เพื่อสร้างจุดขายใหม่ทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยยังคงรักษาคุณค่า ความเชื่อ และอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทร่วมสมัย ประกอบด้วย 5 เมืองอัตลักษณ์ ได้แก่เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรี สมุทรปราการ และนครศรีธรรมราช, 13 เมืองน่าเที่ยว ได้แก่ บุรีรัมย์ อุทัยธานี นครราชสีมา นครสวรรค์ สุรินทร์ น่าน หนองคาย เชียงราย พัทลุง ภูเก็ต ลพบุรี สงขลา และกาญจนบุรี และ 5 พื้นที่ใน กทม. ได้แก่ เดอะพรอมานาด เทอมินอล 21 พระราม 3, เทอมินอล 21 อโศก, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า และถนนข้าวสาร รวมถึงวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และ 50 วัด ทั่วกรุงเทพ

นางสาวซาบีดา กล่าวว่านอกจากนี้ยังได้เห็นปรากฏการณ์สำคัญที่สะท้อนการเติบโตของทุนทางวัฒนธรรมของไทยในระดับโลกอย่างชัดเจน โดย Nike แบรนด์กีฬาระดับโลก ได้เปิดตัวรองเท้ารุ่นพิเศษ Nike Dunk Low “Som Tum” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเมนูอาหารไทยอย่าง “ส้มตำ” ถ่ายทอดผ่านการออกแบบที่ผสมผสานอัตลักษณ์ไทยอย่างสร้างสรรค์ โดยใช้โทนสีส้ม เขียว และขาว สื่อถึงมะละกอและพริกขี้หนู พร้อมรายละเอียดที่สะท้อนวิถีชีวิตไทย เช่น ลวดลาย “ครก-สาก” วัสดุถักทอคล้ายกระติ๊บข้าว รวมถึงลายปักภาษาไทยคำว่า “ไนกี้” และกราฟิกถุงข้าวหอมมะลิ ซึ่งถือเป็นการนำวัฒนธรรมไทยเข้าสู่เวทีแฟชั่นระดับโลกอย่างโดดเด่น
“ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าวัฒนธรรมไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในประเทศ แต่สามารถต่อยอดไปสู่ระดับสากล และสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติใหม่ ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมแฟชั่น” รมว.วธ.กล่าว

