(12 เม.ย. 69) เวลา 14.00 น. นายธนิต ตันบัวคลี่ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยมี รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักเทศกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักงานเขต 50 เขต ร่วมประชุม ณ ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร (BMA Command Center) อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการ กทม.2 (ดินแดง) และผ่านระบบออนไลน์

ในที่ประชุมสำนักการจราจรและขนส่งรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนน ตั้งแต่วันที่ 10-11 เม.ย. 69 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุแล้ว 3 ราย ในพื้นที่เขตลาดพร้าว บางบอน และคันนายาว ส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และไม่สวมหมวกนิรภัย โดยที่ประชุมได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบจุดเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ก่อสร้างหรือถนนที่อยู่ระหว่างปรับปรุงผิวจราจร ซึ่งอาจทำให้เส้นจราจรไม่ชัดเจนและเกิดอุบัติเหตุซ้ำ สำนักเทศกิจได้รายงานการจัดตั้งกองอำนวยการทั้งที่สำนักเทศกิจและ BMA Command Center พร้อมส่งเจ้าหน้าที่สนับสนุนการจราจร จุดคัดกรอง และดูแลพื้นที่จัดกิจกรรมสงกรานต์ทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงติดตั้งกล้องบอดี้แคมในพื้นที่สำคัญ เช่น ถนนข้าวสาร สีลม ลาดพร้าว บางรัก ดอนเมือง ทวีวัฒนา และหนองแขม
รองผู้ว่าฯ ทวิดา ได้กำชับให้เข้มงวดการตั้งจุดเล่นน้ำบนถนน การจอดรถบรรทุกน้ำ และการตั้งถังน้ำกีดขวางการจราจร พร้อมให้ทุกเขตประเมินสถานการณ์รายวัน เนื่องจากปีนี้เทศกาลสงกรานต์มีระยะเวลายาวกว่าปกติ และอาจทำให้ประชาชนกระจายตัวไปเล่นน้ำหลายพื้นที่
สำนักอนามัยรายงานว่า ได้จัดหน่วยปฐมพยาบาลรวม 7 จุด ทั้งในสถานีขนส่งและพื้นที่จัดงานสงกรานต์ โดยเมื่อวันที่ 11 เม.ย. มีประชาชนเข้ารับบริการ 68 คน ส่วนใหญ่มีอาการเวียนศีรษะและอ่อนเพลียจากสภาพอากาศร้อน แต่ยังไม่พบผู้ป่วยฮีทสโตรกหรือมีอาการรุนแรง
นอกจากนี้ รองผู้ว่าฯ ทวิดา กำชับให้ทุกเขตรายงานข้อมูลผู้ป่วยจากความร้อนอย่างละเอียด โดยเฉพาะกรณีฮีทสโตรกหรือเป็นลมแดด เพื่อให้สามารถวางแผนกระจายกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ ช่วงวันที่ 31 มี.ค. – 11 เม.ย. 69 กรุงเทพมหานครพบเหตุเพลิงไหม้เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เขตรอบนอก เช่น หนองจอก และลาดกระบัง ซึ่งบางวันเจ้าหน้าที่ต้องออกปฏิบัติการดับเพลิงมากกว่า 30 ครั้ง สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จึงกำชับผู้อำนวยการเขตทุกแห่งเร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยง ตรวจสอบบ้านเรือน พื้นที่รกร้าง จุดเผาขยะ และประสานสถานีดับเพลิงในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
“ขอให้ทุกเขตใช้ข้อมูลสถิติให้เกิดประโยชน์ ดูว่าพื้นที่ใดเกิดเหตุซ้ำบ่อย แล้วเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวในตอนท้าย
ในส่วนของพื้นที่จัดงานสงกรานต์ ได้มีการติดตามความพร้อมบริเวณถนนข้าวสาร สีลม และ RCA (คอนเสิร์ต S2O) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีข้อร้องเรียนเรื่องเสียงดังในพื้นที่ RCA เขตห้วยขวาง ซึ่งสำนักงานเขตได้ประสานผู้จัดงานให้ลดระดับเสียง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่และเครื่องวัดเสียงลงพื้นที่ หากพบเกินมาตรฐานจะสั่งลดเสียงหรือระงับกิจกรรมทันที

ทั้งนี้ รองปลัดฯ ธนิต ได้กำชับทุกหน่วยงาน รับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากรองผู้ว่าฯ ทวิดา ไปพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงานในทุกมิติ โดยเน้นย้ำประเด็นสำคัญ อาทิ การจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติเหตุเพลิงไหม้กองขยะ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตหนองจอก ลาดกระบัง และคลองสามวา ให้ตรวจสอบสาเหตุเชิงลึก เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักการแพทย์พิจารณาปรับปรุงกระบวนการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดให้มีความชัดเจนด้านระยะเวลาและมาตรฐานการดำเนินงาน ในส่วนของด้านการจราจรและขนส่ง กรณีอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิต ให้เร่งวิเคราะห์หาสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การปรับปรุงเครื่องหมายจราจรและสภาพพื้นผิวถนน เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ นอกจากนี้ มอบหมายสำนักงานเขตห้วยขวางกำกับดูแลการจัดกิจกรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดงานขนาดใหญ่ในพื้นที่ เช่น งานคอนเสิร์ต S2O ให้ดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งการเชื่อมโยงระบบกล้องวงจรปิด การควบคุมระดับเสียง และการกำหนดเวลาเปิด–ปิดงานให้เป็นไปตามที่กำหนด

