หน้าแรกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสื่อไทย-บทจ.เยี่ยมชม“สะพานหุบเขาหัวเจียง” วิศวกรรมระดับโลก พลิกภูเขากุ้ยโจวสู่เส้นทางเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยวใหม่

สื่อไทย-บทจ.เยี่ยมชม“สะพานหุบเขาหัวเจียง” วิศวกรรมระดับโลก พลิกภูเขากุ้ยโจวสู่เส้นทางเศรษฐกิจ–ท่องเที่ยวใหม่

คณะสื่อมวลชนไทย – บทจ.เยี่ยมชม“สะพานหุบเขาหัวเจียง” แลนด์มาร์กระดับโลกในมณฑลกุ้ยโจว สะท้อนพลังโครงสร้างพื้นฐานจีน เปลี่ยนพื้นที่ภูเขาห่างไกลสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสมัยใหม่ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ให้นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวไทย

วันที่ 9 เมษายน 2569 กุ้ยโจว – สมาคมผู้สื่อข่าวไทย–จีน ร่วมกับการท่องเที่ยวเมืองหลิวปานสุ่ย มณฑลกุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน นำคณะสื่อมวลชนไทย และผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย–จีน (บทจ.) เดินทางศึกษาดูงานและเยี่ยมชม สะพานหุบเขาหัวเจียง โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของทางด่วนลู่หาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลงานวิศวกรรมระดับโลกของจีน

การเดินทางครั้งนี้นำโดย น.ส.คันธรส หาญไชยพิบูลย์กุล ผู้อำนวยการสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย–จีน เพื่อเปิดมุมมองด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และการท่องเที่ยวของมณฑลกุ้ยโจวที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

สะพานหัวเจียงมีความยาวรวม 2,890 เมตร โดยช่วงกลางเป็นสะพานแขวนโครงเหล็กแบบช่วงเดียว ความยาว 1,420 เมตร หอคอยหลักสูง 262 เมตร และพื้นสะพานตั้งอยู่เหนือแม่น้ำสูงถึง 625 เมตร หลังเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2025 ทำให้สะพานแห่งนี้ติดอันดับสะพานที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

น.ส.คันธรสฯ เปิดเผยว่า ในอดีตกุ้ยโจวถูกมองว่าเป็นพื้นที่ชายขอบของจีน เนื่องจากพื้นที่กว่า 92% เป็นภูเขา ทำให้การคมนาคมยากลำบากและการพัฒนาเศรษฐกิจล่าช้า อย่างไรก็ตาม ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำจีนที่เชื่อว่า “หากต้องการพัฒนาเศรษฐกิจ ต้องสร้างถนนก่อน” ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะโครงสร้างพื้นฐานช่วยเชื่อมโยงผู้คน เมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน โดยสะพานหัวเจียงไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางคมนาคม แต่ยังพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวครบวงจร มีทั้งสะพานกระจก กิจกรรมบันจี้จัมพ์ พิพิธภัณฑ์ประวัติการก่อสร้าง ร้านของที่ระลึก และพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้กับท้องถิ่น

ผู้อำนวยการสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย–จีน ระบุว่า นักธุรกิจไทยที่ต้องการลงทุนหรือทำธุรกิจในจีน ควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและความหลากหลายของชนพื้นเมือง รวมถึงศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบเศรษฐกิจควบคู่กัน เพราะการพัฒนาของกุ้ยโจวถือเป็นตัวอย่างสำคัญ จากมณฑลที่เคยถูกมองว่ายากจนที่สุด กลับกลายเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและเมืองสำคัญได้อย่างสะดวก ด้วยการก่อสร้างสะพานและอุโมงค์ถนนมากกว่า 30,000 แห่งทั่วทั้งมณฑล พร้อมย้ำว่าสถาบันสื่อฯ ยังมีบทบาทในการเชื่อมโยงนักธุรกิจไทยและจีน ควบคู่ไปกับทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเผยแพร่ความก้าวหน้าด้านวัฒนธรรม เทคโนโลยี และการพัฒนา เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างสองประเทศ

ด้านตัวแทนกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ร่วมคณะ ประกอบด้วย คุณเพ็ญพรรณิน รวดเร็ว,คุณพัฒน์นรี สิงหวัฒนาโชติ, คุณจุรี กุลคีรีรัตนา และ คุณบุษกร สิงหวัฒนา ต่างกล่าวเช่นเดียวกันว่า การมาเยือนสะพานหัวเจียงถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ เพราะสามารถเดินชมสะพานอย่างใกล้ชิด มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งร้านกาแฟ จุดชมวิว และบันจี้จัมพ์ รวมถึงระบบคมนาคมที่สะดวกและโรงแรมระดับ 5 ดาวรองรับนักท่องเที่ยว ยอมรับว่า ภาพจำเดิมของกุ้ยโจวคือพื้นที่ภูเขาห่างไกลและขาดความเจริญ แต่เมื่อได้มาเห็นจริงกลับพบว่ามีการพัฒนาอย่างทันสมัยและเข้าถึงง่ายกว่าที่คิด

นอกจากนี้ ค่าครองชีพยังต่ำกว่าหลายมณฑลของจีน ทำให้เป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวไทย ทั้งด้านงบประมาณและประสบการณ์วัฒนธรรม พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า กุ้ยโจวเป็นเมืองที่ผู้คนเป็นมิตร ค่าใช้จ่ายไม่สูง และมีธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ จึงอยากเชิญชวนคนไทยให้เปิดประสบการณ์ใหม่กับมณฑลแห่งนี้ ซึ่งผสานทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิม ธรรมชาติยิ่งใหญ่ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมยืนยันว่า หากมีโอกาส จะกลับมาเยือนกุ้ยโจวอีกครั้งอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ไกด์ท้องถิ่นของกุ้ยโจว ให้ข้อมูลระหว่างนำคณะเยี่ยมชมพื้นที่ว่า การสร้างถนนในกุ้ยโจวถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่กว่า 92% เป็นภูเขาและเนินเขา ไม่มีพื้นที่ราบ ส่งผลให้การพัฒนาเส้นทางคมนาคมในอดีตเป็นเรื่องยากลำบาก การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของกุ้ยโจวจึงต้องอาศัยการเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขาและสร้างสะพานเชื่อมระหว่างหุบเขา ปัจจุบันมณฑลแห่งนี้มีสะพานมากกว่า 30,000 แห่ง จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการก่อสร้างสะพานระดับแนวหน้าของโลก โดยแนวคิดสำคัญคือ “อยากพัฒนาเศรษฐกิจ ต้องสร้างถนนก่อน” เพื่อเปิดเส้นทางเชื่อมต่อกับมณฑลต่าง ๆ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภูเขา

โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ “สะพานหุบเขาหัวเจียง” ซึ่งเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2025 หลังใช้เวลาก่อสร้างมากกว่า 3 ปี เริ่มโครงการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ด้วยงบประมาณราว 2,200 ล้านหยวน สะพานแห่งนี้มีความสูงประมาณ 625 เมตร กลายเป็นสะพานที่สูงที่สุดในโลก แซงหน้าสะพานเป่ยผานเจียงที่เคยครองสถิติเดิม

พร้อมอธิบายว่า ต้นทุนการก่อสร้างถนนและสะพานในกุ้ยโจวสูงมาก เนื่องจากต้องก่อสร้างบนภูเขาสูงชัน อีกทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาปีละหลายล้านหยวน ส่งผลให้ค่าทางด่วนในบางช่วงสูงเกือบ 2 หยวนต่อกิโลเมตร และทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น แม้ว่าหลายคนจะมองว่าพื้นที่ภูเขามีค่าครองชีพต่ำ แต่ในความเป็นจริงสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมากต้องขนส่งมาจากต่างมณฑล จึงทำให้ราคาสินค้าไม่ได้ต่ำอย่างที่เข้าใจกัน โดยบริเวณใกล้สะพานหัวเจียงยังมีพิพิธภัณฑ์สะพาน จัดแสดงประวัติการพัฒนาเส้นทางคมนาคมของมณฑลกุ้ยโจวอีกด้วย

สำหรับการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางไปยังจุดชมวิวก่อน จากนั้นนั่งรถรับส่งไปยังฐานสะพาน และขึ้นลิฟต์สู่ด้านบนเพื่อชมทัศนียภาพหุบเขาแบบพาโนรามา บนสะพานมีการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งทางเดินกระจก ระยะทางเดินชมไป–กลับประมาณ 1.6 กิโลเมตร จุดพักผ่อนและคาเฟ่

รวมถึงกิจกรรมบันจี้จัมพ์ที่มีความสูงเกือบ 500 เมตร ซึ่งถือเป็นการสร้างสถิติใหม่ด้านกิจกรรมท้าทายความสูงของโลกอีกด้วย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img