“อนุทิน”บนทางสองแพร่ง! MY HERO หรือ Pretending to be stupid จากความหวังสู่ความคาใจ—นี่คือผู้นำประเทศ หรือผู้จัดการอำนาจ?

216

คำพูดก่อนเลือกตั้งยังดังก้อง…แต่การกระทำหลังเลือกตั้งกลับสวนทาง วิกฤตพลังงานรุมเร้า—ค่าครองชีพพุ่ง—รัฐบาลไร้ทิศทางประชาชนกำลังถาม…แต่ใครกันแน่ที่กล้าตอบ…?อนุทินบนทางสองแพร่ง…เมื่อ “คำสัญญา” กลายเป็น “คำถาม”

การเมืองไทยวันนี้…กำลังยืนอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่าง “ความหวัง” กับ “ความผิดหวัง”และชื่อของ อนุทิน ชาญวีรกูล คือจุดศูนย์กลางของแรงกระเพื่อมนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปมที่ 1: ก่อนเลือกตั้ง “พูดอย่าง” หลังเลือกตั้ง “ทำอีกอย่าง”ในห้วงเวลารัฐบาลรักษาการ—คำประกาศชัดถ้อยชัดคำ “ปราบฮั้ว สว. โปร่งใส ไม่ซื้อเสียง ไม่เอื้อทุนใหญ่”แต่เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้น… คำถามกลับลอยค้างอยู่กลางอากาศ ปมฮั้ว สว. ยังไร้ข้อสรุป ข้อครหาซื้อเสียง ไร้คำอธิบาย ที่ดินเขากระโดง กลายเป็น “ระเบิดเวลา” ที่ไม่มีใครกล้าแตะนี่คือการบริหารประเทศ…หรือแค่การ “ประคองอำนาจ” ให้อยู่รอด..?

ปมที่ 2: วิกฤตน้ำมัน — รัฐ “ตามเกม” ไม่เคย “นำเกม”ในโลกที่ความขัดแย้งกดดันราคาพลังงาน
สิ่งที่ประชาชนควรได้เห็นคือ “แผนล่วงหน้า”แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือน้ำมันถูกกักตุน สินค้าขาดตลาด ราคาพุ่งทั้งระบบ ตั้งแต่ไข่ไก่ถึงแก๊สหุงต้มมาตรการที่ออกมา…เป็นเพียง “ยาแก้ปวด”แก้วันนี้—พรุ่งนี้ก็พังอีกไม่มีภาพใหญ่ไม่มีแผนยาว ไม่มีแม่ทัพที่คุมเกม

ปมที่ 3: รัฐบาล “ต่างคนต่างทำ” ประเทศไร้ศูนย์บัญชาการเสียงวิจารณ์จากหลายสำนักสอดคล้องกันอย่างน่ากังวลว่า นี่ไม่ใช่รัฐบาล…แต่คือ “กลุ่มคนหลายกลุ่มที่นั่งโต๊ะเดียวกัน”กระทรวงหนึ่งเดินหน้า อีกกระทรวงถอยหลัง มีศูนย์ฯ…แต่เหมือนไม่มีศูนย์ผลลัพธ์สุดท้าย..?ประชาชนรับกรรมเต็มๆ

ปมที่ 4: การเมืองแบบ “ตอบแทนบุญคุณ” มากกว่า “ตอบโจทย์ประเทศ”ตำแหน่งสำคัญ…ไม่ได้มาจาก “ความสามารถ”แต่มาจาก “ความสัมพันธ์”คนไม่ตรงสาย ได้งานใหญ่คนมีความรู้ ถูกกันออก“ลูกเทพการเมือง” ถูกดันขึ้นเวที คำถามคือ…นี่คือการบริหารประเทศ หรือ “สนามทดลองของคนกันเอง”..?

ปมที่ 5: เสียงประชาชนดังขึ้น…แต่รัฐบาลยังเงียบในวันที่ค่าครองชีพพุ่งรายได้เท่าเดิม ชีวิตเริ่มหายใจไม่ออก ประชาชนถามว่า“รัฐบาลอยู่ตรงไหน..?”แต่คำตอบที่ได้…คือ “ความเงียบ”

โดยสรุป: จุดเปลี่ยนของผู้นำ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาทางการเมือง นี่ไม่ใช่แค่ “วิกฤต”แต่มันคือ “บททดสอบ อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังยืนอยู่บนทางสองแพร่ง จะเลือก “รักษาพวกพ้อง”หรือจะเลือก “รักษาประชาชน”

”พยัคฆ์น้อยร้อยเก้า“ข้อเสนอแบบตรงไปตรงมา หยุดเกรงใจกลุ่มผลประโยชน์ เลิกใช้คนไม่ตรงงานดึง “ตัวจริง” มาคุมสถานการณ์สร้างแผนระยะยาวที่จับต้องได้ เพราะการบริหารประเทศ…ไม่ใช่เวทีทดลองงาน

ถ้าเอาแบบไม่อ้อมค้อม ท่านรู้…ประชาชนรู้…ทุกคนรู้ คำถามวันนี้จึงไม่ใช่“รู้หรือไม่รู้”แต่คือ“จะทำ…หรือไม่ทำ?”วิกฤตครั้งนี้…คือ “โอกาสทอง” ของผู้นำถ้ากล้าตัดสินใจ กล้าชน กล้าเปลี่ยนท่านอาจกลายเป็น “ฮีโร่ของประชาชน”แต่ถ้ายังเดินเกมเดิม…ประวัติศาสตร์จะจารึกชื่อท่านไว้ในฐานะ“ผู้นำที่พลาดโอกาส”คอลัมน์นี้…ไม่ใช่คำด่าแต่คือ “กระจก” ที่สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังต้องการ“ผู้นำจริง” ไม่ใช่ “นักการเมืองแบบเดิมๆ”ทั้งหมดนี้มันคือคำถาม และคำชี้แนะ.!!!