นายกฯ ให้คำมั่นพาประเทศฝ่าวิกฤต ปรับลดงบ-โครงสร้างพลังงาน บรรเทาภาระประชาชน

131

นายกฯ นำ รมต. แถลงหลังประชุม ครม. นัดพิเศษ ให้คำมั่น พาประเทศฝ่าพ้นวิกฤต ปรับลดงบประมาณภาครัฐ เพื่อไปใช้แก้ปัญหา หวัง บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงวิกฤตพลังงาน พร้อมปรับโครงสร้างด้านพลังงาน เผย วันนี้ยังไม่มีมติปรับลดค่าการกลั่น – ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ชี้ ทุกอย่างจะเกิดหลังแถลงนโยบาย

วันนี้ (6 เม.ย. 69) เวลา 21.55 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีแถลงข่าว ภายหลังการประชุม ครม. นัดพิเศษ โดยแถลงมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งมาตรการช่วยเหลือประชาชน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้อยากจะมาแถลงสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจที่จะดำเนินการเพื่อบรรเทาภาระและความเดือดร้อนของประชาชน อันเนื่องมาจากเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลกทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรวมถึงสิ่งที่ได้จากการผลิตน้ำมันก๊าซธรรมชาติ เช่น ปุ๋ย เม็ดพลาสติกในตลาดโลกได้ปรับตัวราคาขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ต้องนำเข้าพลังงาน จากแหล่งตะวันออกกลางและแหล่งอื่น ๆ โดยเฉพาะในแหล่งตะวันออกกลางที่ต้องนำเข้าน้ำมันถึงร้อยละ 50 สถานการณ์ความขัดแย้งยังคงทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ ยกระดับการโจมตีทั้งแหล่งผลิต โรงกลั่นน้ำมัน ระบบขนส่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติทั่วภูมิภาค เมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ในอนาคตเหตุการณ์ความขัดแย้งจะยุติลง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคนี้ยังคงใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติได้ ดังนั้นราคาของพลังงานและการขาดแคลนผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจะยังคงดำรงอยู่อีกระยะหนึ่ง

นายกรัฐมนตรี ระบุต่อว่า ข้อเท็จจริงประการสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเรียนต่อประชาชนให้ทราบตามตรง แม้รัฐบาลจะทำทุกวิถีทางให้ได้มาซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงธรรมชาติ แต่ปริมาณของน้ำมันและก๊าซที่หายไปจากแหล่งในตะวันออกกลางทำให้มีความยากลำบากมากขึ้นในการหาน้ำมัน และก๊าซจากแหล่งอื่น รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อประชาชนเพื่อให้เกิดความเข้าใจและพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตนและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ขอยืนยันว่า จะทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ปัญหาหาทางช่วยเหลือและรักษาประโยชน์ของประชาชนทุกภาคส่วนให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ไปได้ด้วยกันให้ได้ ขอให้ประชาชนให้ความมั่นใจต่อรัฐบาลชุดนี้ว่าจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชนและทำงานเพื่อทุกคนเพราะเรามาจากประชาชน โดยสิ่งที่รัฐบาลจะทำ คือ ปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือลดผลกระทบให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นลำดับแรก

อีกทั้ง ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และค่าไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับพี่น้องประชาชน โดยเร็วที่สุด และจัดมาตรการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส การจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบในระดับโลก ต้องยอมรับความจริง และต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนเพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคีของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้ เชื่อว่าความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกคนจะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตนี้ และอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้

ส่วนในช่วงนี้น้ำมัน และผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรม อาจขาดแคลน และมีราคาแพงไปบ้าง รัฐบาลจะบริหารสถานการณ์ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด และจะมีมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดความเดือดร้อน โดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมมีมติเรื่องการลดภาษีโรงกลั่น และภาษีสรรพสามิตด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังดำเนินการ โดยย้ำว่า ทุกอย่างจะเป็นรูปธรรม ได้รับการแก้ไขและปฏิบัติโดยเร็วเมื่อรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ส่วนนายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนที่ต้องใช้ อาจจะมีการใช้บางส่วน ขอให้ยืนยันว่ากระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แจ้งถึงความจำเป็นที่ต้องใช้ หากต้องใช้ ตนพร้อมที่จะรับผิดชอบและดำเนินการในอำนาจขอบเขตที่มี หากเป็นประโยชน์และช่วยลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน