CIB เปิดปฎฏิบัติการ Take Down PANDAPAYS เว็บไซต์ Exchange เถื่อน รับแลกเงินหยวนออนไลน์ 7 เดือนเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้าน

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์, พ.ต.ต.บัญชา ช่วยรอดหมด
สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังจับกุม น.ส.สุภร อายุ 37 ปี ,นายก้าวหน้า อายุ 35 ปี ,น.ส.กรรณิการ์ อายุ 30 ปี และ นายอลิส อายุ 34 ปี ฐาน “ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์พกพา จำนวน 1 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง,คอมพิวเตอร์ (PC) อีก 1 เครื่อง หลังนำหมายศาลเข้าตรวจค้นทาวน์เฮ้าส์สองชั้น ซอยสาธุประดิษฐ์ 15 แยก 2 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงยานนาวา เขตช่องนนทรี กรุงเทพฯ และ บ้านพักภายซอยพิบูลสงคราม 22 แยก 4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี

สืบเนื่องจาก ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร.
กำชับให้ตัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบครบวงจร เพื่อทำลายระบบนิเวศของแก๊งสแกมเมอร์ที่ใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน ต่อมา กก.5 บก.ปอศ. ได้ตรวจสอบพบว่ามีผู้ลักลอบให้บริการแลกเงินหยวนออนไลน์ ชื่อ PANDAPAYS (แพนด้าเปย์) มีการโฆษณาชักชวนให้บริการผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทั้งในเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊ก โดยมีการให้บริการรับซื้อแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนกับเงินบาทไทย, บริการเติมเงินหยวนผ่านช่องทาง Alipay, Wechat และรับฝากสั่งหรือฝากจ่ายสินค้าในแพลตฟอร์ม Taobao, Alibaba หรือ Tmall เป็นต้น

โดยลูกค้าจะต้องสมัครสมาชิก และทำการยืนยันตัวตน (KYC) ในเว็บไซต์ https://pandapays.co/ จึงจะสามารถเลือกใช้บริการของ PANDAPAYS ข้างต้นได้ ซึ่งในการให้บริการรับแลกเงินหยวนและฝากสั่งหรือฝากจ่ายสินค้า จะคิดกำไรจากค่าบริการและส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนปกติ ประมาณ 0.10-0.15 บาท ต่อ 1 หยวน โดยจะให้ลูกค้าโอนเงินบาทไทยเข้าบัญชีธนาคารของ นายก้าวหน้าฯ จากนั้นจะเติมเงินหยวนกลับเข้าบัญชี Alipay ที่ลูกค้าแจ้ง ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีผู้ให้บริการชื่อ PANDAPAYS เคยได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจรับแลกเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบบัญชีธนาคาร ที่ใช้ในการทำธุรกรรมรับแลกและรับจ่ายเงินหยวน จำนวน 6 บัญชี มีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท ภายในห้วงระยะเวลาเพียง 7 เดือน โดยมีการรับและโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของบุคคลและนิติบุคคล จำนวนมาก อีกทั้งยังมีการโอนเงินต่อไปยัง ศูนย์ซื้อขายที่ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท
จากการสืบสวนทราบว่า น.ส.สุภร และ นายอลิส เป็นหุ้นส่วนร่วมกัน ทำหน้าที่บริหารกิจการในภาพรวม กำหนดเรท ราคาเงินหยวนในแต่ละวัน ควบคุมสั่งการในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ส่วน นายก้าวหน้า ทำหน้าที่เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินจากลูกค้าและเป็นผู้ทำธุรกรรมบัญชีธนาคาร และ น.ส.กรรณิการ์ ทำหน้าที่เป็นแอดมินตรวจสอบข้อมูลลูกค้า และตอบคำถามลูกค้า ซึ่งเว็บไซต์ PANDAPAYS มีการดำเนินกิจการภายในทาวน์เฮ้าส์ ย่านถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงยานนาวา เขตช่องนนทรี กรุงเทพฯ และบ้านพักในพื้นที่ อ.เมืองนนทบุรี จึงนำหมายศาลเข้าตรวจค้นจับกุมทั้ง 4 ราย ได้พร้อมของกลางดังกล่าว

สอบผู้ต้องหาให้การรับสารภาพสอดคล้องกันว่า ได้เปิดให้บริการแลกเงินหยวนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ ชื่อ PANDAPAYS ตั้งแต่ปลายปี 2568 โดยรู้จักกับชาวจีนจึงได้เปิดบัญชี Alipay เพื่อใช้สำหรับโอนเงินหยวนให้กับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาขอแลกเงิน ซึ่งจะมีการบวกค่าเงินสูงจากอัตราแลกเปลี่ยนปกติเพื่อเป็นกำไร โดยจะได้กำไรมากน้อยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนั้นๆ ฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนทั้งในนามนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา จึงนำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหายังมีพฤติการณ์รับจ่ายเงินหรือรับชำระเงินแทน ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน พ.ศ.2560 ซึ่งจะทำการสอบสวนขยายผลต่อไป

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชนที่มีความต้องแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ควรเลือกใช้บริการจากสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เสี่ยงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ทำทีเป็นรับแลกเปลี่ยนโอนเงิน แต่เมื่อโอนไปแล้วกลับเสียเงินฟรีๆ และเงินที่ได้รับมามีโอกาสที่จะเป็นเงินที่กลุ่มมิจฉาชีพได้มาจากการกระทำความผิด มีความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ อายัดบัญชีธนาคาร หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้งปัจจุบันตรวจสอบพบว่า มิจฉาชีพมีการใช้บริการรับแลกเงินเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศดังกล่าว เป็นช่องทางในการหมุนเวียนเงินที่ได้จากการหลอกลวงหรือธุรกิจผิดกฎหมายเพื่อนำออกไปต่างประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการกวดขันปราบปราม เพื่อเป็นการตัดช่องทางทางการหมุนเวียนเงินนอกระบบและเงินผิดกฎหมายของกลุ่มมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง หากพบเบาะแสหรือพฤติการณ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

