นครราชสีมา, วันที่ 5 เมษายน – จากกรณีคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมัน เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่แบกรับหนี้จำนวนมาก ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก ส่งผลให้เมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมามีการปรับราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 2.80 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ลิตรละ 50.54 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถพุ่มพวง หรือ “ตลาดนัดเคลื่อนที่” ขวัญใจชาวบ้านในหลายพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนค่าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นทันที ทำให้ผู้ค้าหลายรายต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

นางสาวน้ำอ้อย โลหะเวช อายุ 47 ปี เจ้าของรถพุ่มพวง หรือรถตลาดนัดเคลื่อนที่ เปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพนี้มานานกว่า 20 ปี แต่เพิ่งเผชิญปัญหาหนักในช่วงปีนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปกติจะเติมน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 500 บาท แต่ปัจจุบันต้องเพิ่มเป็นวันละ 800–1,000 บาท ทั้งที่ระยะทางการขับขี่ยังคงเท่าเดิม นอกจากนี้ สินค้าที่นำมาจำหน่าย โดยเฉพาะอาหารที่บรรจุใส่ถุง แม้จะยังคงขายในราคาเดิม แต่จำเป็นต้องลดปริมาณลง เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้อีก โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันอย่างจริงจัง เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป สินค้าอาจต้องปรับราคาขึ้นในที่สุด และจะกระทบกับผู้บริโภคโดยตรง” นางสาวน้ำอ้อย กล่าว

ด้านนางวันเพ็ญ จำปาศักดิ์ อายุ 63 ปี ผู้บริโภค เปิดเผยว่า ช่วงนี้ราคาน้ำมันปรับขึ้นแทบทุกชนิด ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างมาก ตนเป็นลูกค้าประจำของรถพุ่มพวง และเข้าใจถึงการลดปริมาณสินค้า แม้ยังขายราคาเดิม “หากต้องขับรถออกไปซื้อของที่ตลาด อาจได้ราคาถูกกว่า แต่ก็เสี่ยงอันตรายและเสียเวลา จึงยังเลือกซื้อจากรถพุ่มพวงที่มาจอดขายหน้าบ้าน และอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน เพราะหากปล่อยไว้นานกว่านี้ ประชาชนอาจแบกรับภาระไม่ไหว”
ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลครั้งล่าสุด เริ่มส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะรถพุ่มพวงซึ่งเป็นช่องทางหลักในการกระจายสินค้าให้กับชุมชน หากต้นทุนยังเพิ่มต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้าง และซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของประชาชนในระยะต่อไป

