นั่งรถไฟข้ามคืนสู่ “นครศรีธรรมราช” เที่ยวเมืองคอนแบบสโลว์ไลฟ์ ไหว้พระธาตุ ชิมขนมจีนเส้นสด เดินกำแพงเมืองเก่า…

231

เปลี่ยนการเดินทางให้กลายเป็นความทรงจำ กับทริปนั่งรถไฟข้ามคืนจากกรุงเทพฯ สู่เมืองเก่าแก่แห่งภาคใต้ “นครศรีธรรมราช” เมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์ ศรัทธา และวิถีชีวิตเรียบง่าย ตั้งแต่ไหว้พระธาตุคู่บ้านคู่เมือง ชิมขนมจีนต้นตำรับเมืองคอน จิบมัทฉะหน้าวัดพระธาตุ ไปจนถึงเดินเล่นกำแพงเมืองโบราณ

สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช

การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการนั่งรถไฟขบวนที่ 85 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 19.50 น. มุ่งหน้าสู่ปลายทาง นครศรีธรรมราช การนั่งรถไฟข้ามคืนมีเสน่ห์เฉพาะตัว เสียงล้อเหล็กกระทบรางและบรรยากาศยามค่ำคืนค่อย ๆ พาออกจากความวุ่นวายของเมืองหลวง สู่ความเงียบสงบของภาคใต้ ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเช้าวันใหม่พร้อมภาพเมืองเล็ก ๆ ที่ดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยชีวิต

รถสองแถวสีฟ้าพาทัวร์

ทันทีที่ออกจากสถานีรถไฟ จะเห็นสองแถวสีฟ้าจอดรอรับผู้โดยสารจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นระบบขนส่งหลักของตัวเมือง ค่าโดยสารเพียง 15–20 บาท สามารถนั่งวนเที่ยวได้แทบทั่วเมือง เป็นการเดินทางที่ทั้งสะดวก ประหยัด และได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นจริง ๆ จุดหมายแรกของวันคือการไปไหว้พระขอพรที่ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ศูนย์รวมศรัทธาของชาวภาคใต้และแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของจังหวัด พระบรมธาตุเจดีย์สีขาวสูงเด่นซึ่งสร้างมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13–14 เชื่อกันว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ทำให้ผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบไหว้ไม่ขาดสาย บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยความสงบ ผู้คนเดินเวียนเทียนอย่างตั้งใจ เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกเหมือนได้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยพลังใจที่เต็มเปี่ยม

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช อีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่เมือง ตัวศาลมีสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัยผสมศิลปะท้องถิ่น เชื่อกันว่าเป็นศูนย์รวมพลังของเมือง ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องความมั่นคงในชีวิตและหน้าที่การงาน บรรยากาศเงียบสงบและงดงามสะท้อนให้เห็นถึงรากวัฒนธรรมเก่าแก่ของนครศรีธรรมราช ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลสำคัญของคาบสมุทรมลายู

เมืองคอนเส้นสด​ อยู่ใกล้ๆกับวัดพระธาตุฯ

หลังเติมพลังใจ ก็ถึงเวลาตามหาของอร่อยประจำเมือง เปิด Google Maps เดินหาร้านขนมจีนเจ้าถิ่น เพราะมาถึงเมืองคอนแล้ว “ขนมจีนเส้นสด” คือเมนูที่ห้ามพลาด เดินมาถึงร้าน”เมืองคอนเส้นสด” สั่งชุดเล็กราคาเพียง100บาท​ เส้นขนมจีนทำสดใหม่ น้ำยามีให้เลือกหลากหลายทั้งน้ำยากะทิ น้ำยาป่าแบบใต้ น้ำพริกหวาน และสั่งเพิ่มน้ำยาปูรสเข้มข้น กินจนแทบเดินไม่ไหว ความจัดจ้านแบบอาหารใต้แท้ ๆ ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมขนมจีนจึงเป็นอาหารประจำวันของคนเมืองนี้

มัทฉะลาเต้​ ร้านเออโก (อยู่เยื้องๆกับวัดเลย)​

อิ่มแล้วก็เดินย่อยไปต่อที่คาเฟ่เล็ก ๆ หน้าวัดพระธาตุชื่อ เออโก้ ร้านตกแต่งสไตล์มินิมอลอบอุ่น เปิดเพลงเก่าเบา ๆ สร้างบรรยากาศสบายเหมาะกับการพักผ่อน สั่งมัทฉะลาเต้ราคา 119 บาท รสเข้มกำลังดี นั่งใช้ WiFi ฟรีและปล่อยเวลาไหลไปช้า ๆ เกือบหนึ่งชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว เป็นช่วงเวลาที่เรียบง่ายแต่ผ่อนคลายอย่างมาก ก่อนจะเดินทางไปเช็กอินโรงแรมและพักเอาแรงสำหรับช่วงเย็น

สวยสะดุดตาสุดๆ

ประมาณ4โมงเย็น นั่งสองแถวสีฟ้าหน้าโรงแรมออกไปเที่ยวต่อที่ กำแพงเมืองนครศรีธรรมราช โบราณสถานสำคัญที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอาณาจักรตามพรลิงค์ กำแพงเมืองยาวหลายกิโลเมตรเคยทำหน้าที่ป้องกันเมืองจากศัตรูในอดีต ระหว่างเดินเที่ยวบังเอิญเจอตำรวจปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมช่วงก่อนสงกรานต์ กลายเป็นโมเมนต์แปลก ๆ ที่มาเที่ยวแต่เหมือนได้ทำข่าวไปด้วยโดยไม่ตั้งใจ หลังเสร็จภารกิจ เมืองกลับสู่ความสงบตามเดิม ผู้คนเริ่มออกมาเดินเล่น บริเวณสนามหญ้าหน้าเมืองมีทั้งครอบครัว นักท่องเที่ยว และวัยรุ่นนั่งรับลมเย็น

ไหว้ศาลหลักเมือง

ซื้อยำมาม่า มันฝรั่งทอด​ แคนตาลูป​ มานั่งกินชมบรรยากาศที่สวน น้ำพุ และแสงเย็นของเมืองเก่า บทสนทนาที่ได้ยินจากแม่ค้าและคนขับสองแถววนเวียนอยู่กับเรื่องราคาน้ำมันทีแพงขึ้นเรื่อยๆและเรื่องการเมืองแบบเป็นกันเอง สะท้อนชีวิตจริงของผู้คนในพื้นที่ แม้แต่หนุ่มญี่ปุ่นที่บังเอิญเจอกันตรงกำแพงเมืองก็ยังกลายเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ของวันนั้นด้วย

น้ำพุเปิดทุกวัน​ 17.00-20.00​

บางครั้งความสุขของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่สถานที่ยิ่งใหญ่ แต่อยู่ที่จังหวะชีวิตที่ช้าลง ได้เดิน ได้กิน ได้พูดคุย และได้รู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนั้นจริง ๆ

-รองเท้าแก้ว-

ชมภาพเพิ่มเติมที่นี่

https://www.facebook.com/share/p/1NRnknqTAD

https://vt.tiktok.com/ZSHkw4gMH