“สุชาติ” สั่งกรมอุทยาน กำชับเข้มหลังพบ “คบเพลิง” กลางป่าจอมทอง ชี้ชัดเจตนาเผา เตรียมขยายผลจับกุม

201

​เชียงใหม่, 2 เมษายน – จากกรณีการลอบวางเพลิงที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยพบหลักฐานสำคัญเป็น “คบเพลิง” ในพื้นที่ป่าบ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการ นายอรรถพล​ เจริญพรรษา​ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อช.) ให้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังสูงสุด  เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนว่าเป็นการเจตนาเผาป่า ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ

​ นายอรรถพล เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายสมนึก ท้าวผา ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการและควบคุมไฟป่า สบอ.16 (เชียงใหม่) ว่า​ เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันนี้ ชุดปฏิบัติการไฟป่าจากสถานีควบคุมไฟป่าจอมทอง จำนวน 12 นาย เข้าตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspot) จากระบบ VIIRS ในบริเวณป่าบ้านแปะ หมู่ที่ 4 ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการเชิงพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง

​​ภายหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงในเบื้องต้นได้สำเร็จ และทำการสำรวจโดยรอบเพื่อหาต้นตอของเพลิง เมื่อเวลา 09.23 น. บริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างบ้านห้วยทรายและบ้านแปะ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ “คบเพลิง” ประดิษฐ์เอง สภาพเพิ่งผ่านการใช้งานตกอยู่ในจุดต้นเพลิง ​”การพบหลักฐานครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า เหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นการตั้งใจวางเพลิงเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุเนื่องจากภูมิประเทศเอื้อต่อการหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดี” อธิบดี อช. กล่าว

​นายอรรถพล​ กล่าวว่า​ จากข้อสั่งการของนายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รมว.ทส. ดังกล่าว​ ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความถี่ในการเดินเท้าลาดตระเวนและหาข่าวเชิงลึกในพื้นที่เสี่ยงและจุดที่เกิดไฟไหม้ซ้ำซาก​ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกชุดปฏิบัติการให้ความสำคัญกับหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อส่งต่อให้พนักงานสอบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด​ รวมถึงให้เร่งประสานงานร่วมกับฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน เพื่อช่วยสอดส่อง และแจ้งเบาะแสบุคคลต้องสงสัยที่เข้าไปในเขตพื้นที่ป่า​ และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นบุคคลมีพฤติกรรมสงสัยหรือพบการเผาป่า สามารถแจ้งสายด่วน 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับสถานการณ์ภาพรวมในวันนี้จากการบริหารจัดการและระดมสรรพกำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนจุดความร้อนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา มีตัวเลขลดลงอย่างต่อเนื่อง​ โดยเมื่อวันที่​ 30 มีนาคม​ พบจุดความร้อน 2,493 จุด​ วันที่​ 31 มีนาคม​พบจุดความร้อน​ 1,100 จุด​ วันที่​ 1 เมษายน​ พบจุดความ​ 882 จุด​ และในวันนี้​ 2 เมษายน (รอบเช้า) ลดลงเหลือเพียง 514 จุด

ทั้งนี้การดำเนินงานของกรมอุทยานฯ​ ภายใต้การกำกับของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังคงเดินหน้าควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันอย่างเต็มกำลัง พร้อมบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุดตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม