จีน–ไทย ยกระดับความร่วมมือท่องเที่ยวครั้งสำคัญ เมืองซานย่าจับมือ ททท. ลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการ เดินหน้าพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วม การตลาดข้ามประเทศ และเพิ่มเที่ยวบิน หวังดึงนักเดินทางสองชาติ พร้อมชูซานย่าเป็น “ฮาวายแห่งจีน” รองรับนักท่องเที่ยวไทยเต็มรูปแบบ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ สำนักการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และกีฬานครซานย่า ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองซานย่า สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติจีนประจำกรุงเทพฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวซานย่าสำหรับสื่อมวลชนไทย โดยมีผู้แทนภาคธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อกระแสหลักเข้าร่วมกว่า 40 คน
ภายในงาน นายหยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรมแห่งสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และนางสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวสุนทรพจน์ โดยต่างชื่นชมความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างจีนและไทยที่มีรากฐานมั่นคง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ากิจกรรมครั้งนี้จะช่วยยกระดับความร่วมมือให้ลึกซึ้งและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ไฮไลต์สำคัญของงานคือพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือ (LOI) ระหว่างสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองซานย่า และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยนางสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล และนางหม่า หนาน รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองซานย่า เป็นผู้แทนลงนาม พร้อมนายจาง รั่วหยู ผู้รับผิดชอบศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติจีนประจำกรุงเทพฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวร่วม การแลกเปลี่ยนอินฟลูเอนเซอร์ การทำตลาดปลายทางร่วม การเพิ่มความถี่เที่ยวบิน รวมถึงการดึงดูดกิจกรรมการแข่งขันและการแสดงระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันเส้นทางท่องเที่ยวข้ามชาติ “กรุงเทพฯ–ซานย่า” ให้กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค

โดย คุณหม่า หนาน เปิดเผยระหว่างการนำเสนอข้อมูลว่า เมืองซานย่ามีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม และบริการด้านการท่องเที่ยวที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับตลาดไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพิเศษ ซึ่งซานย่ามีจุดเด่นด้านอาหารท้องถิ่นที่หลากหลาย โดยหลายเมนูมีความใกล้เคียงอาหารไทย โดยเฉพาะการใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบหลัก รวมถึงอาหารพื้นเมืองบางชนิดที่มีรสชาติคล้ายต้มยำ ทำให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถเข้าถึงรสชาติได้ง่าย นอกจากนี้ ยังมีอาหารจีนจากหลายภูมิภาคและอาหารนานาชาติให้เลือกครบครัน
ด้านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ “เขตท่องเที่ยวหนานซาน” ถือเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก โดดเด่นด้วยองค์เจ้าแม่กวนอิมสูง 118 เมตร ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมและศาสนา ขณะที่กิจกรรมยอดนิยมยังรวมถึงกอล์ฟ เทนนิส และกีฬาทางทะเล เช่น โต้คลื่น แล่นเรือใบ ล่องเรือยอชต์ และดำน้ำและยังมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเฉพาะการบำบัดด้วยแพทย์แผนจีน กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะเดียวกัน นโยบายเขตการค้าเสรีไห่หนานยังช่วยผลักดันการช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีให้กลายเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวสำคัญของเมือง
โดยนักท่องเที่ยวยังสามารถวางแผนเดินทางรอบเกาะไห่หนาน เริ่มจากเมืองไหโข่ว ต่อมายังซานย่า พร้อมแวะสถานที่สำคัญ เช่น ศูนย์ปล่อยจรวดเหวินชาง เมืองโต้คลื่นว่านหนิง และแหล่งวัฒนธรรมชาวจีนโพ้นทะเลที่มีความเชื่อมโยงกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางการยังยกระดับความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านการเพิ่มเที่ยวบิน นโยบายยกเว้นวีซ่า ระบบชำระเงินระหว่างประเทศ บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา และสายด่วนหลายภาษา รวมถึงเว็บไซต์ Visa3ya.com ที่เปิดให้บริการถึง 8 ภาษา รวมภาษาไทย
นางหม่า หนาน ระบุว่า ประเทศไทยไม่ใช่คู่แข่งสำคัญของจีน แต่เป็นพันธมิตรเชิงสร้างสรรค์ โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าผสานทรัพยากรและจุดแข็งของแต่ละประเทศ เพื่อร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่แตกต่างในตลาดโลก พร้อมยกระดับการเชื่อมโยงการเดินทางและความร่วมมือด้านวัฒนธรรม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยว และในฐานะที่เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของจีน ซานย่ากำลังดึงดูดกิจกรรมระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ทั้งอีเวนต์ธุรกิจ งานแฟชั่น และงานแสดงระดับโลก โดยในเดือนเมษายนนี้จะมีการจัดมหกรรมการบริโภคบริเวณชายหาดซานย่า พร้อมเชิญผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก และเตรียมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ในช่วงฤดูร้อน
กิจกรรมระดับนานาชาติเหล่านี้ถูกวางให้เป็นกลไกสำคัญในการผสานการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม พร้อมยกระดับเมืองภายใต้การพัฒนาเขตการค้าเสรีไห่หนาน ซึ่งมีซานย่าเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ
“การท่องเที่ยวของซานย่าขยายตัวอย่างชัดเจน โดยช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ ปี 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าเมืองรวม 197,300 คน เพิ่มขึ้น 42.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้ “ตลาดไทย” ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด สะท้อนแนวโน้มใหม่ของนักท่องเที่ยวไทยที่เริ่มมองหาจุดหมายต่างประเทศใกล้บ้านที่ให้ประสบการณ์แตกต่างแต่เดินทางสะดวก โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ซานย่าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น คือระยะเวลาเดินทางที่สั้นลงอย่างมาก โดยเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง ก็สามารถเดินทางถึงเมืองท่องเที่ยวชายทะเลเขตร้อนแห่งเดียวของจีนได้ ประกอบกับนโยบายยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย–จีน และการเพิ่มความถี่เที่ยวบิน ทำให้ซานย่ากลายเป็น “ประตูแรกสู่การเที่ยวจีน” สำหรับนักท่องเที่ยวไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปจีนเป็นครั้งแรก”

ด้าน นางสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวโน้มการเดินทางระหว่างไทยและจีนมีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกันมากขึ้น ทั้งการพัฒนาเส้นทางร่วมและการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่าย ซึ่งช่วยกระตุ้นความสนใจของประชาชนทั้งสองประเทศ และยังมีการผลักดันการสื่อสารประชาสัมพันธ์ การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงความสนใจ เช่น การท่องเที่ยววัฒนธรรม กิจกรรมสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เพื่อสร้างความประทับใจและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างจีนและไทย
ทั้งนี้ แนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทย และนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปจีนยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

