วันนี้ (31 มี.ค.69) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี มีคำสั่ง ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีที่ 91/2569
เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน ใจความว่า
ด้วยข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้ 1.พ.ต.ท.นิยม ตรีพืช สารวัตร กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 2.ร.ต.อ.รังสรรค์ บัวประเสริฐ รองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 3.ส.ต.อ.นิรัติศัย ภาวงศ์ ผู้บังคับหมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กองกำกับการสืบการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 4. ส.ต.ท.ยุทธนา กอดแก้ว ผู้บังคับหมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 5. ส.ต.ท.ธนากร ทองมาก ผู้บังคับหมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 6.ส.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเหลือง ผู้บังคับหมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 7.ส.ต.ท.อัครเดช ลาภมาก ผู้บังคับหมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 8.ส.ต.ท.ฐากร สร้อยทอง ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี
มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำควานผิดวินัยอย่างร้ายแรงถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ที่ 90/2569 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา ตามคดีอาญาที่ 259/2569 ของสถานีตำรวจภูธรธัญบุรี ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ร่วมเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย”
และมีเหตุให้พักราชการได้ ตาม กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 3 (1) คือถูกตั้งกรรมการสอบสวนหรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญา โดยผู้กระทำความผิดเป็นข้าราชการตำรวจมีหน้าที่และอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดอาญา รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่กลับต้องหาว่ากระทำผิดทางอาญาเสียเองซึ่งเป็นคดีสำคัญ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน และภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง ถ้าให้คงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการได้
ประกอบกับพิจารณาแล้วเห็นว่า การสอบสวนพิจารณาคดีที่เป็นเหตุให้สั่งพักข้าราชการนั้นจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 108 มาตรา 330 และ 198 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบกับกับ กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนพ.ศ.2547 ข้อ 3 (1) และข้อ 8 จึงให้ พ.ต.ท.นิยม ตรีพืช,ร.ต.อ.รังสรรค์ บัวประเสริฐส.ต.อ.นิรัติศัย ภาวงศ์, ส.ต.ท.ยุทธนา กอดแก้ว, ส.ต.ท.ธนากร ทองมาก, ส.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเหลือง,ส ต.ท.อัครเดช ลาภมาก และ ส.ต.ท.ฐากร สร้อยทอง ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
อนึ่ง ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการให้ก่อนตามคำสั่งนี้ มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. ตามมาตรา 141 แห่งพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบค่ำสั่งและหากประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนไปยังศาลปกครองภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือภายใน 90 วัน นับแต่วันพ้นกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือร้องขอทราบผลการวินิจฉัยอุทธรณ์
ขณะที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.พีรพล มีคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ที่ 90/2569 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ใจความว่า
ด้วยมีข้าราชการตำรวจดังต่อไปนี้ 1.พ.ต.ท.นิยม ตรีพืช สารวัตร กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 2.ร.ต.อ.รังสรรค์ บัวประเสริฐ รองสารวัตร กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 3.ส.ต.อ.นิรัติศัย ภาวงศ์ ผู้บังคับหมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กองกำกับการสืบการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 4. ส.ต.ท.ยุทธนา กอดแก้ว ผู้บังคับหมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 5. ส.ต.ท.ธนากร ทองมาก ผู้บังคับหมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 6.ส.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเหลือง ผู้บังคับหมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 7.ส.ต.ท.อัครเดช ลาภมาก ผู้บังคับหมู่ กองร้อยควบคุมฝูงชน กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี 8.ส.ต.ท.ฐากร สร้อยทอง ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี
มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 07.23 น. พ.ต.ท.นิยม พร้อมพวกข้าราชการตำรวจรวม 8 นาย
และพลเรือนอีก 1 คน ทราบชื่อภายหลังคือ นายศิริศักดิ์ ลอมาเล๊ะ ได้ร่วมกันแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายค้นเข้าตรวจคันบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แล้วร่วมกันข่มขู่รีดเอาทรัพย์เป็นสร้อยคอทองคำจากผู้เสียหายจำนวน 2 เส้น มูลค่าประมาณ 150,000 บาท ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี ได้มีการรับคำร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญากับพ.ต.ท.นิยม กับพวกรวม 9 คน ตามคคีอาญาที่ 257/2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจหรือจงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น, ร่วมเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักชังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย”
พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดวินัยอย่างร้ายแรง อาศัยอำนาจตามความในพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 119 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อทำการส่วนผู้ถูกกล่าวหาในรื่องดังกล่าว เพื่อทำการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
1.พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรปทุมธานี เป็นประธานกรรมการ, 2.พ.ต.อ.พงษ์เพช จุลจำเริญทรัพย์ ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เป็นกรรมการ, 3.พ.ต.ท.วิชาญ จันทศรี รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.ธัญบุรี เป็นกรรมการ, 4.พ.ต.ท.ธนรัชต์ เทือกแถว รองผกก.สืบสวน กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เป็นกรรมการ, 5.พ.ต.ท.ยศวัจน์ ศรีลาพัฒน์
สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรธัญบุรี เป็นกรรมการ และ 6.ร.ต.อ.นัฐภูมิ บุญใหญ่ รองสารวัตร (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เป็นกรรมการและเลขานุการ
ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสอบสวมดำเนินการสอบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2547 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสอบสวน
มาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

