หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม"เอกภพ เจ้าของเพจสายไหมต้องรอด" พาเหยื่อ 2 เคส ถูก ตร.บุกค้นบ้าน-แก๊งเงินกู้ จ.สระบุรี บุกยิง ยื่น ก.ยุติธรรม ร้องขอความเป็นธรรม

“เอกภพ เจ้าของเพจสายไหมต้องรอด” พาเหยื่อ 2 เคส ถูก ตร.บุกค้นบ้าน-แก๊งเงินกู้ จ.สระบุรี บุกยิง ยื่น ก.ยุติธรรม ร้องขอความเป็นธรรม

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 มี.ค. ที่ กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหายจาก 2 กรณี เดินทางเข้ายื่นคำร้องขอรับการคุ้มครองพยานจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม พร้อมเปิดเผยว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นนั้น พบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นตำรวจ 8 นาย และอีก 1 พลเรือน เข้าไปเกี่ยวข้อง โดยการตรวจค้นบ้านผู้เสียหาย แล้วพาไปยังกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี อีกทั้งมีการข่มขู่เรียกทรัพย์สิน 200,000 บาท แต่สุดท้ายตำรวจได้ทองไป 2 บาทแทน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางผู้เสียหายได้เดินทางไปร้องยังศูนย์ดำรงธรรมฯ แต่ทางศูนย์ดำรงธรรมไม่ได้มีการรับเรื่องไว้ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจมาร้องทุกข์มายังสายไหมต้องรอด

จากนั้นตนจึงได้พาผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือนที่ร่วมกันก่อเหตุ และวานนี้ (30 มี.ค.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.จว.ปทุมธานี ประสานให้ตนพาผู้เสียหายไปชี้ภาพถ่ายของบุคคลจำนวนทั้งสิ้น 9 ราย ซึ่งทราบว่าภายในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นาย จะต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.ธัญบุรี ส่วนพลเรือน 1 ราย ศาลได้ออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผู้เสียหายค่อนข้างมีความกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลังแจ้งความไปแล้ว กลับพบว่าบริเวณที่พักได้มีรถทะเบียนแปลก ทั้งรถมอเตอร์ไซค์ และรถกระบะ มาคอยจอดซุ่มอยู่แถวบ้าน จึงห่วงเรื่องความไม่ปลอดภัย จนต้องหนี ไปนอนที่บ้านพักยังจังหวัดนครนายก หรือถ้ามีความจำเป็นต้องนอนที่บ้านเกิดเหตุจริง ๆ ทางผู้เสียหายจะรีบเข้าบ้านและรีบปิดไฟ วันนี้จึงมาขอให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ช่วยดำเนินการคุ้มครองพยานแก่ผู้เสียหายด้วย

ขณะที่ น.ส.ยุวดี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีข่าวออกไป ตนเริ่มมีความสบายใจขึ้น โดยเฉพาะการที่ได้ชี้ภาพถ่ายบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นาย และพลเรือน 1 ราย ซึ่งเราจำหน้าพวกเขาได้ทั้งหมด แม้ในตอนแรกทางตำรวจจะยังไม่มีภาพในส่วนของพลเรือนดังกล่าว แต่เราจำได้ว่ามันมี 9 ราย ซึ่งพนักงานสอบสวนตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนปากคำอีกรอบ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็เจอพลเรือนรายดังกล่าวที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับตำรวจทั้ง 8 นายจริง ส่วนทองที่เสียไปก็ยังไม่ได้คืน และยังไม่ได้มีทางตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาเจรจาไกล่เกลี่ยแต่อย่างใด มีเพียงก่อนหน้านี้ ได้มีตำรวจได้โทรศัพท์มาบอกว่าอยากเข้ามาคุยด้วยที่บ้าน ซึ่งเราก็กลัวว่าจะเข้ามาคุยเรื่องใด เพราะเราก็ได้ให้ทุกอย่างไปหมดแล้ว

ส่วนเหตุการณ์ความไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยในตอนนี้ หลังจากที่ตนได้แจ้งความดำเนินคดี ตนได้ปิดประตูบ้านตายทั้งด้านนอกและด้านใน และได้มีการล็อคกุญแจไว้เรียบร้อย ซึ่งปกติตนเปิดร้านสนุกเกอร์ ถ้าเป็นลูกค้าเราย่อมจำได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเย็นวันดังกล่าว เวลาประมาณ 18.00 น. หลังจากแจ้งความ ได้มีรถมอเตอร์ไซต์และรถกระบะแปลกทะเบียน มาวิ่งวนอยู่แถวบริเวณบ้าน ซึ่งตนก็กังวลเพราะในบ้านมีแค่ตน สามี และลูก พบความผิดปกติคือรถดังกล่าวเหล่านี้มีการจอดติดเครื่องไว้ จนกระทั่งหมาที่ตนเลี้ยงไว้เห่าขึ้นมา ตนจึงแง้มประตูดู แล้วพอเห็นเช่นนั้นก็รีบปิดไฟทำเหมือนว่าไม่มีใครอยู่ในบ้าน ซึ่งเท่าที่ดูเบื้องต้นคนขับแทบไม่ลงมาจากรถเลย อีกทั้งรถมอเตอร์ไซค์แปลกทะเบียนก็ยังมาจอดที่หน้าบ้านและขับวน ๆ ออกไป แต่เท่าที่ดูเบื้องต้น คนขับมีการแต่งแต่งตัวปกติ ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ มันทำให้ตนเครียด กลัว เพราะเราได้มีการไปเอาเรื่องตำรวจ จึงไม่รู้ว่าใครเป็นพวกใครบ้าง เพราะมันก็มีตำรวจโทรมาว่าอยากจะขอเข้ามาคุยธุระด้วย ตนก็ไม่เข้าใจว่าจะคุยเรื่องใดในเมื่อเราให้ปากคำไปแล้ว เราเป็นแค่คนธรรมดา ยอมรับว่าตอนนี้ไม่กล้าเข้าบ้านเลย บางครั้งต้องไปนอนต่างจังหวัดนครนายก บางครั้งก็ต้องแอบนอนภายในรถ

ทั้งนี้ จุดประสงค์ตอนนี้คือตนอยากได้ทอง 2 บาทคืนมา และเดินหน้าดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ขอเจรจาไกล่เกลี่ยใดทั้งสิ้น และย้ำว่า ในตอนที่ตำรวจควบคุมตัวเราไว้ 8 ชม. ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกาย มีเพียงการพูดกรอกหูตลอดเวลา ซึ่งเราก็ห่วงลูกที่ยังเด็ก เราจึงยอมเขา “เหตุการณ์ในวันนั้น ตนคิดว่าน่าจะเกิดจากการที่ตนเปิดร้านสนุกเกอร์ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาสอบถามว่า มึงเสียให้ใคร แต่เราก็บอกว่า เราอยู่ในพื้นที่ธัญบุรี ซึ่งพื้นที่ธัญบุรี ก็ไม่ได้มีการเรียกเก็บส่วยแต่อย่างใด หากมีเหตุโทรแจ้งเขาก็มาดูให้ที่บ้าน

ส่วนกรณีที่ทางตำรวจอ้างว่าไปขอศาลออกหมายค้น เพราะตัวเราถูกร้องเรียนว่ามีการปล่อยเงินกู้นอกระบบนั้น ส่วนนี้คงต้องให้เขาเอาหลักฐานมา เพราะเขาก็อ้างแบบนี้กับเราเหมือนกันน.ส.ยุวดี กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องข้อกฎหมาย นอกจากการแจ้งความตามประมวลกฎหมายอาญา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้แจ้งให้ทราบถึง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ได้มีการนำพาควบคุมตัวพวกตนไปนานเกินไป ซึ่งในระยะเวลา 8 ชม. ระหว่างนั้นได้มีการทำอะไรบ้าง เหตุใดจึงมีการควบคุมตัวตนในฐานะผู้เสียหายไว้นานขนาดนี้ อย่างไรก็ดี ตนจำได้ว่าในตอนที่พวกเขาเข้ามาตรวจค้นภายในบ้านพัก มีเพียงการยกโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปเท่านั้น แต่เมื่อไปถึงสถานที่ควบคุมตัว ก็ไม่ได้มีการบันทึกภาพและเสียงแต่อย่างใด น.ส.ยุวดี กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนต้องขอขอบคุณรองจเรตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ที่ท่านอำนวยความสะดวกในเรื่องคดีเต็มที่ ไม่มีการช่วยเหลือกัน ทำให้ตนสบายใจขึ้นอย่างมาก แต่ตนยอมรับว่าไม่เคยคิดว่าตัวเองที่ทำมาหากินจะโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจรีดทรัพย์ เราก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร

หากถามว่ายังมีความเชื่อมั่นในองค์กรตำรวจหรือไม่ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้ก็ถือว่าทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็ค่อนข้างให้ความเป็นธรรมกับเรา ตอนแรกคิดว่าตำรวจจะช่วยกันเองหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็มีตำรวจที่ดีอยู่บ้าง

ขณะที่ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กล่าวเสริมว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันมีการกระทำต่างกรรมต่างวาระ ข้อกล่าวหาที่หนักที่สุดสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ คือ มาตรา 149 ที่มีการเรียกรับทรัพย์สิน โทษสูงสุดคือประหารชีวิต ส่วนกรณีข้อกฎหมายอุ้มหายฯ และประมวลผลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตนมองว่าก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน เพราะแม้ว่าตำรวจจะเข้าตรวจค้นโดยมีหมายอนุมัติจากศาล แต่ขั้นตอนการปฏิบัติต้องดูว่าปฏิบัติชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และการนำเอาตัวบุคคลไปไว้ยังกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีนั้น ทางเจ้าหน้าที่มีสิทธิใดในการนำตัวไปไว้เช่นนั้นเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง อีกทั้งในเรื่องของคลิปวิดีโอการจับกุม ควบคุมตัว และระหว่างการสอบปากคำนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวได้มีบันทึกภาพและเสียงไว้หรือไม่ หากไม่ได้มีการดำเนินการก็คือการสอบสวนโดยมิชอบ และแม้จะอ้างว่าเป็นการเชิญตัวไป ก็ต้องสอบถามทางผู้เสียหายด้วยว่าเขามีความยินยอมหรือไม่ ไม่เช่นนั้นก็คือการจำยอม ผิดต่อเสรีภาพหรือไม่ เพราะอย่างไรแล้วในการกระทำความผิด ย่อมมีการแบ่งหน้าที่กันทำ หรือที่เรียกว่าตัวการร่วม เช่น คนหนึ่งมีหน้าที่ในการตรวจค้น คนหนึ่งมีหน้าที่ในการข่มขู่ผู้เสียหาย คนหนึ่งพาตัวไปที่อื่น หรือบางส่วนอาจรออยู่ที่อื่น แม้จะไม่ได้อยู่หน้างานด้วยกันทั้งหมด แต่ถ้ามีความเกี่ยวข้องแบ่งหน้าที่กันทำ มันก็คือการสนับสนุนให้มีการกระทำความผิด ซึ่งกล้องวงจรปิดมันจับภาพชัดเจนว่าลูกสาวของผู้เสียหายได้ถือเอากล่องทองรูปพรรณไปมอบให้เจ้าหน้าที่รัฐอย่างไร

นายเอกภพ กล่าวอีกว่า 1-2 วันนี้ จะมีการสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน เพราะน้องผู้เสียหายได้มีการชี้ภาพถ่ายบุคคลเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อมีการเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับทราบข้อกล่าวหา สถานะก็กลายเป็นผู้ต้องหา และจึงขยับไปสู่ขั้นตอนการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้ เพราะมีพฤติกรรมความผิดร้ายแรง ทั้งนี้ ต้องขอฝากไปยังเจ้าหน้าที่ แม้ว่าในตอนแรกท่านมีการเรียกรับ แต่สุดท้ายไม่ได้รับ แต่ดำเนินคดีแทน ท่านก็มีความผิดได้ ซึ่งมันเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาเคยลงไว้แล้ว แม้มีการเรียกรับและเปลี่ยนใจ ก็ถือว่ามีความผิดเกิดขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ นายเอกภพยังได้พาผู้เสียหายที่ถูกกลุ่มเงินกู้ในจังหวัดสระบุรี ปีนเข้าบ้านยามวิกาล และยิงคนขนของได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.พระพุทธบาท แต่ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ และไม่รู้ว่าคดีไปถึงไหน เมื่อสอบถามทางทางเจ้าหน้าที่อ้างว่ากำลังทำงานอยู่ ซึ่งผู้เสัยหายเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย โดยหลังเกิดเหตุยิงก็มีรถเข้ามาวนเวียนที่บ้านประจำ และยังมีการส่งแชทข่มขู่เอาชีวิตด้วย

ด้าน นายธีรยุทร แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ฐานะโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพระบุว่า เรื่องนี้ต้องแยกดป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรกการขอตุ้มครองความปลอดภัยเบื้อวต้นทางกรมได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลความปลอดภัยกับตัวผู้มาร้อง พร้อมประสานกับชุดคุ้มครองความปลอดภัยกรมการปกครองเข้าไปดูแล ส่วนนี้ต้องดูในพฤติการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อถึงที่กระทรวงยุติธรรมแล้วขอให้มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยได้รับการดูแลอย่างแน่นอน อีกส่วนหนึ่งจะต้องไปดูว่าการอุ้มตัวผู้เสียหายไปมีการกระทำเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานหรือไม่ หากเข้าข่ายว่ากระทำผิดก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการรวมถึงกฎหมายของการเยียวยาทางกรมก็จะดูแลต่อให้ แต่ก็ต้องมาพิจารณาตามข้อเท็จจริงอีกครั้ง ในส่วนของกรณีเจ้าหนี้เงินกู้ยิงผู้เสียหายในจังหวัดสระบุรี กำลังพิจารณาในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานชุดคุ้มครองพยานในการดูแลความปลอดภัยด้วย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img