“โอ๊ค-เอม” เยี่ยม “ทักษิณ” เผยพ่อกำลังใจดี — ทนายชี้คัดค้านพักโทษต้องยึดกฎหมาย ไม่ใช่ความรู้สึก

156

“พินทองทา–พานทองแท้” เข้าเยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ที่เรือนจำคลองเปรม เผยสุขภาพโดยรวมปกติ มีกำลังใจดี ขณะ “ทนายวิญญัติ” ระบุกรณี คปท. ค้านพักโทษเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่การพิจารณาต้องยึดหลักกฎหมายและข้อเท็จจริง พร้อมจับตากระบวนการพิจารณาพักโทษสิ้นสุด 31 มี.ค.นี้.

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 10.45 น. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 52 ทั้งนี้ ปัจจุบันนายทักษิณ ได้คุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือนกับอีก 21 วัน

ต่อมาเวลา 11.30 น. นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เดินทางออกมาจากเรือนจำภายหลังการเยี่ยมนายทักษิณเสร็จ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าการเยี่ยมวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง นายพานทองแท้ กล่าวว่า ปกติดีครับ วันนี้ได้มีการถามถึงเรื่องสุขภาพ ซึ่งคุณพ่อสบายดี ด้าน น.ส.พินทองทา กล่าวว่า วันนี้เข้าเยี่ยมก็เห็นคุณพ่อตาแดงนิดหนึ่ง น่าจะเป็นเรื่องของความดันที่มีผลกระทบต่อเส้นเลือดฝอยของดวงตา แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งคุณพ่อก็มีกำลังใจดีอยู่

เมื่อถามว่ากรณีที่ กลุ่ม คปท. ได้ยื่นคัดค้านการพักโทษนายทักษิณนั้น ทางครอบครัวมีความคิดเห็นอย่างไร นายพานทองแท้ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้คุยกับทนายความ เพราะการเยี่ยมวันนี้ไม่ได้มีการพูดคุยกันเรื่องดังกล่าว

ด้านทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยว่ากรณีที่ทางกรมราชทัณฑ์จะมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาเรื่องนักโทษนั้น ว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ ซึ่งเป็นกระบวนการภายใน

ทั้งนี้กรณี กลุ่ม คปท. คัดค้านการพักโทษนั้น ทางกรมราชทัณฑ์ได้มีการยื่นขอข้อมูลจากทนายความเพิ่มเติมหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า ไม่มีอะไรแจ้งมา เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่กลุ่ม คปท. ทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่การจะดำเนินการอย่างไร ก็เป็นไปตามกฏหมายและข้อเท็จจริง การเอาความรู้สึกมาว่าคนนั้นผิด คนนี้ไม่สมควร ไม่ได้ ดังนั้นตนเชื่อว่าเรือนจำมีหลักเกณฑ์ หลักกฎหมาย กฎระเบียบของเขาอยู่ ส่วนเรื่องการพิจารณาพักโทษนั้น ตนไม่ทราบเนื่องจากเป็นเรื่องภายใน
สำหรับเรื่องคดีความมาตรา 112 นั้น ก็ยังไม่มีอะไรน่ากังวล ซึ่งอยู่ระหว่างการแก้อุทธรณ์

เมื่อถามว่ากรณีวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นในประเทศประเทศไทยนั้น ทางอดีตนายกฯ ทักษิณได้รับทราบและได้แสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า ท่านทักษิณก็เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ตามที่คุณณัฐพงศ์ได้สื่อสารออกไป เมื่อการเยี่ยมครั้งที่แล้ว ซึ่งท่านก็ได้รับรู้รับทราบข่าวดังกล่าวเพราะข่าวนี้ดังออกไปทั่วโลก

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกระบวนการพิจารณารายชื่อและคุณสมบัติของผู้ต้องขังเด็ดขาด เรือนจำกลางคลองเปรม ในรอบของนายทักษิณ ชินวัตร จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 มี.ค.69 ซึ่งเรือนจำกลางคลองเปรมจะดำเนินการนำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เป็นประธาน ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าพนักงานเรือนจำซึ่งผู้บัญชาการเรือนจำแต่งตั้ง จำนวน 2 คน เป็นคณะทำงาน และให้เจ้าพนักงานเรือนจำคนหนึ่งเป็นเลขานุการ จากนั้นคณะกรรมการฯ จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเมื่อคณะกรรมการฯ เห็นชอบ ให้ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เสนอรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษไปยังกรมราชทัณฑ์

ขั้นตอนถัดไป คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ พิจารณากลั่นกรองตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสารตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และเสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52

ต่อมาเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่ง กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย

และเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร และนักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 ต่อไป .