รวบหนุ่มแอบอ้างวิ่งเต้นคดี ป.ป.ช. เรียก 15 ล้าน! อ้างเส้นใหญ่จูงใจเจ้าหน้าที่ สุดท้ายไม่รอดโดนรวบคากรมฝนหลวงเจ้าตัวยอมรับสิ้น อ้างขัดสนเงิน

496

ตำรวจสอบสวนกลางผนึก ป.ป.ช.–ป.ป.ท. จับหนุ่มวัย 41 ปี แอบอ้างมีเส้นสายช่วยเคลียร์คดีไต่สวน เรียกเงินสูงถึง 15 ล้านบาท ก่อนลดเหลือหลักล้าน ผู้เสียหายไหวตัวทันประสานเจ้าหน้าที่วางแผนจับกุมคากรมฝนหลวง เจ้าตัวยอมรับทำเป็นขบวนการ เหตุขัดสนการเงิน เร่งขยายผลล่าผู้ร่วมขบวนการเพิ่ม

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป., นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช., พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการ ป.ป.ท. และนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาเรียกรับผลประโยชน์เพื่อจูงใจเจ้าพนักงาน โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร

นายเกียรติศักดิ์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ฝ่ายบริหาร ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. หลังถูกชายรายหนึ่งใช้นามแฝงว่า “สุรชัย” ติดต่อเข้าหา อ้างตัวว่ามีความใกล้ชิดกับคณะกรรมการสำนักงาน ป.ป.ช. และสามารถช่วยเหลือคดีที่ถูกไต่สวนเกี่ยวกับการแบ่งซื้อแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงอาคารเมื่อปี 2565 ให้ยุติลงได้​ โดยผู้ต้องหาเรียกรับเงินสูงถึง 15 ล้านบาท อ้างเป็นค่าดำเนินการเพื่อจูงใจเจ้าหน้าที่ พร้อมนำเอกสารเกี่ยวกับสำนวนคดีมาแสดงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

ภายหลังผู้เสียหายได้ประสานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมวางแผนเก็บพยานหลักฐาน ทั้งการบันทึกภาพและเสียงขณะเจรจา รวมถึงรวบรวมพยานบุคคล ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ และภาพจากกล้องวงจรปิด จนสามารถยืนยันตัวผู้กระทำผิดได้อย่างชัดเจน

จากการสืบสวนยังพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ติดต่อผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดี และพยายามต่อรองลดจำนวนเงินลงเหลือ 2–3 ล้านบาท สะท้อนถึงเจตนาเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบอย่างชัดเจน

ต่อมาหลังรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับจากศาล เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ในวันที่ 25 มีนาคม พร้อมแจ้งข้อหาหนักเกี่ยวกับการเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน เพื่อจูงใจเจ้าพนักงานทั้งในและต่างประเทศโดยมิชอบ

นายราเชน เปิดเผยว่า ย้อนกลับไปในปี 2565 กรมฯ มีโครงการปรับปรุงสำนักงานชั้น 6 ก่อนพบความผิดปกติด้านการจัดซื้อจัดจ้าง และถูก ป.ป.ช. ไต่สวน จนกระทั่งมีผู้ต้องหาติดต่อเข้ามาเรียกรับเงิน 15 ล้านบาท ตนจึงสั่งให้รองอธิบดีเข้าปรึกษา ป.ป.ช. ก่อนนำไปสู่การวางแผนจับกุม ยืนยันว่ากรมฯ ดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือมีความเกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด และมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง

ขณะที่ พล.ต.ต.ประสงค์ เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นผลจากการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงาน จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับได้สำเร็จ เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่าไม่ได้ทำเพียงลำพัง แต่ร่วมกับกลุ่มเพื่อน โดยมีสาเหตุจากปัญหาทางการเงิน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการรายอื่นมาดำเนินคดีเพิ่มเติม พร้อมเข้าตรวจค้นที่พักของผู้ต้องหาเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนส่งมอบให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป