ศาลสั่งแก้ฟ้องคดี “พรรคประชาชน” ยื่นเอาผิด กกต. 9 ราย ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด — ตั้ง 3 คำถามสำคัญ นัดชี้ชะตารับฟ้อง 24 มิ.ย.

154

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งฝ่ายโจทก์แก้คำฟ้องคดีพรรคประชาชนยื่นดำเนินคดี กกต. ทั้งคณะ พร้อมเลขาฯ และผอ.สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวม 9 ราย เหตุคำฟ้องยังไม่สมบูรณ์ ขีดเส้น 30 วันแก้ไข พร้อมให้ กกต. ชี้แจง 3 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ “การเลือกตั้งโดยลับ” และการติดบาร์โค้ด–คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ก่อนนัดฟังคำสั่งรับหรือไม่รับฟ้อง 24 มิถุนายนนี้ ขณะที่ “นพ.วาโย” มองเป็นสัญญาณบวก ศาลเปิดทางพิจารณาคดีต่อ แม้คดีอาญาไม่กระทบการเมืองโดยตรง

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดฟังคำสั่งตรวจคำฟ้อง คดีที่พรรคประชาชนยื่นฟ้องดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน รวมถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมผู้ถูกฟ้องทั้งสิ้น 9 ราย ในความผิดตาม ม.157 และตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย กกต. มาตรา 69 และว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ประกอบมาตรา 164

โดยศาลพิจารณาเห็นว่าคำฟ้องของฝ่ายโจทก์ยังไม่สมบูรณ์ในประเด็นที่ชี้ให้เห็นถึงการกระทำความผิด จึงมีคำสั่งให้ฝ่ายโจทก์แก้คำฟ้องเพิ่มเติมและส่งศาลภายใน 30 วัน

ขณะเดียวกัน ได้มีคำสั่งให้ กกต. ทำหนังสือชี้แจงประเด็นใน 3 คำถามส่งมายังศาลภายในวันที่ 24 เมษายน ได้แก่
(1) ความหมายของการเลือกตั้งโดยลับ มีความหมายอย่างไร(2) เหตุใด กกต. ถึงทำตราสัญลักษณ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง อาศัยอำนาจกฎหมายหรือระเบียบข้อใด และสามารถทำให้ทราบถึงการลงคะแนนเสียงว่าเรื่องพรรคใดหรือบุคคลใดหรือไม่
(3) ถ้าสามารถอ่านค่าว่าเลือกผู้ใดหรือพรรคใดได้ กกต. จะตรวจสอบในกรณีใด และมีเงื่อนไขหลักเกณฑ์การตรวจสอบอย่างไร

จากนั้นศาลได้นัดฟังคำสั่งว่าจะรับหรือไม่รับฟ้องในวันที่ 24 มิถุนายน เวลา 9:30 น.

ด้าน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า คำสั่งของศาลในวันนี้ เป็นสัญญาณที่ดีในเชิงบวก เพราะศาลเพียงแค่ให้ฝ่ายเราแก้ไขคำฟ้องให้สมบูรณ์ครบถ้วนและสามารถชี้ชัดถึงพฤติการณ์ความผิดตามกฎหมายที่เราอ้างในคำฟ้องได้ อย่างน้อยยังดีกว่าที่วันนี้ศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องเลย

ขณะเดียวกัน ศาลได้ใช้อำนาจตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาในการสั่งให้ กกต. ทำหนังสือชี้แจงประเด็นคำถามที่ศาลตั้งข้อสงสัย ซึ่งถือเป็นการใช้อำนาจในการไต่สวนตามข้อบังคับ ถือเป็นเรื่องที่ดีพี่สานได้ดำเนินกระบวนการพิจารณาอย่างรวดเร็วและคำถามที่ศาลอยากรู้ ก็เป็นคำถามที่ประชาชนอยากรู้จากฝั่ง กกต. เช่นเดียวกัน

นพ.วาโย กล่าวอีกว่า คดีนี้เป็นเพียงแค่การฟ้องดำเนินคดีอาญากับบุคคล ใช้เวลาพิจารณาคดีอย่างน้อย 5 ถึง 10 ปี ไม่มีผลอะไรต่อทางการเมืองมาก แต่ถ้าจะให้มีผลทางการเมือง ต้องเป็นใครดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญซึ่งจะมีผลถึงขั้นทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ หากโมฆะ ก็จะต้องเลือกตั้งใหม่