เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ต.นราวิชญ์ เปี้ยสุ สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายพงษ์ศิริ อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ279/2569 ลงวันที่ 16 มี.ค.69 ข้อหา “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ , ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” ได้บริเวณริมถนนด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
สืบเนื่องจากได้มีมิจฉาชีพใช้โปรไฟล์เป็นผู้หญิงแชตในแอปพลิเคชัน TIKTOK ตีสนิทหญิงสูงวัยอายุ 63 ปี ก่อนชักชวนหารายได้เสริมโดยการทำหน้าที่ตอบแชตลูกค้าที่มาสั่งสินค้ากับทางร้านเพียงเท่านั้น หลังจากที่ผู้เสียหายตอบตกลง มิจฉาชีพได้ให้ผู้เสียหาย เปิดร้านเพื่อขายของผ่านทางเว็บที่จัดเตรียมไว้
ต่อมาได้มีลูกค้าซึ่งเป็นหน้าม้าที่จัดเตรียมไว้ทำทีมาสั่งของกับเว็บร้านค้าของผู้เสียหาย ผู้เสียหายต้องนำออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง ไปจองกับทางบริษัท โดยสำรองเงินค่าสินค้าไปก่อน และจะได้เงินค่าสินค้า และ ค่าตอบแทน ในภายหลัง ซึ่งผู้เสียหายได้รับค่าตอบแทนพร้อมค่าสินค้า ประมาณ 2-3 ครั้งแรก เท่านั้น หลังจากนั้นภายในระยะเวลาประมาณ 12 วัน ร้านบนเว็บของผู้เสียหาย ก็มีลูกค้าสั่งของมาจำนวนมาก ทำให้ผู้เสียหายต้องสำรองเงินค่าสินค้าออกไปก่อนประมาณ 2,000,000 บาท
หลังจากนั้นผู้เสียหายได้ทวงถามค่าตอบแทนพร้อมเงินต้น แต่มิจฉาชีพแจ้งว่า สินค้ายังจัดส่งไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนและเงินต้นได้ ผู้เสียหายจึงต้องการหยุดการทำร้านและต้องการเงินทั้งหมดคืน มิจฉาชีพจึงแจ้งว่าต้องทำการแจ้งปิดร้านบนเว็บเพื่อปิดยอด โดยมีค่าปิดร้านพร้อมค่าภาษีประมาณ 700,000 บาท จึงจะได้เงินคืนทั้งหมด ผู้เสียหายหลงเชื่อได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวให้ไป จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อมิจฉาชีพได้อีก เชื่อว่าถูกหลอกลวงจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.พุธทมณฑล จ.นครปฐม จนศาลออกหมายจับไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายพงษ์ศิริ ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นบัญชีม้าที่ผู้เสียหายโอนเงินให้หลบหนีมากบดานในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว
สอบสวน นายพงษ์ศิริ รับสารภาพว่า ได้รับการจ้างวานให้เปิดบัญชีโดยได้รับค่าตอบแทนจากผู้ว่าจ้างประมาณ 2,000 บาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พุทธมณฑล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

