ครอบครัวซาบซึ้งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ที่จะทรงเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงศพ ผู้สร้างคุณูปการต่อประเทศชาติ

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าว ไทยแทบลอยด์ รายงานว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นบุคคลสำคัญผู้มีบทบาทยาวนานในแวดวงความมั่นคงและการบริหารราชการแผ่นดิน
โดยพิธีพระราชทานเพลิงศพจะจัดขึ้น ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดยมีกำหนดการอย่างสมพระเกียรติ โดยพิธีจะเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ซึ่งมีพิธีเชิญโกศศพออกตั้งบำเพ็ญกุศลในเวลา 14.00 น. ก่อนเข้าสู่พิธีแสดงพระธรรมเทศนาและสวดพระอภิธรรมในช่วงค่ำ
ต่อเนื่องในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 มีพิธีทางศาสนาอย่างครบถ้วนตามจารีตประเพณี โดยในช่วงเช้ามีการสวดพระพุทธมนต์และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ จากนั้นในช่วงบ่ายมีพิธีสวดมาติกา–บังสุกุล และเชิญโกศศพแห่เวียนเมรุ ก่อนเชิญขึ้นตั้งบนจิตกาธาน เพื่อเตรียมประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ
ในเวลา 17.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า จะเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ครอบครัวของผู้วายชนม์ และเป็นเกียรติประวัติสูงสุดในชีวิตราชการและชีวิตส่วนตัวของบุคคลผู้ล่วงลับ
สำหรับ พลตำรวจเอก โกวิท วัฒนะ นับเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีบทบาทโดดเด่นในหลายยุคสมัย เคยดำรงตำแหน่งสำคัญระดับประเทศ ทั้งในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และต่อมาได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีส่วนสำคัญในการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงและการบริหารราชการส่วนภูมิภาค
ตลอดระยะเวลาการรับราชการ พล.ต.อ.โกวิท เป็นที่ยอมรับในด้านความมุ่งมั่น ทุ่มเท และความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ อีกทั้งยังเป็นผู้มีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรตำรวจให้ปรับตัวทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย
ซึ่งคาดว่าในงานพระราชพิธี จะมีบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการ ทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อดีตผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนประชาชนที่เคารพนับถือ เดินทางมาร่วมแสดงความไว้อาลัย สะท้อนถึงคุณูปการและความผูกพันที่ผู้วายชนม์ได้สร้างไว้ตลอดชีวิต
ทั้งนี้ เจ้าภาพได้เรียนเชิญผู้มีเกียรติร่วมพิธีด้วยความเคารพ พร้อมกำหนดการแต่งกายชุดสุภาพไว้ทุกข์ ตามระเบียบพิธีการพระราชทานเพลิงศพ เพื่อร่วมส่งดวงวิญญาณของบุคคลสำคัญของแผ่นดินสู่สุคติอย่างสมเกียรติ

