CIB เปิดเกม “Cut Money Flow” ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบยกขบวนการ เงินสดเกือบ 2 ล้านคาห้าง

582

CIB เปิดปฏิบัติการ “Cut Money Flow” รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 9 ราย ทลายยกแก๊งบัญชีม้า–คนถอน–ตัวรับเงิน บอสจีนโผล่โดนรวบทันควัน หลังพบหลอกเหยื่อโอนเงินตรวจสอบ สูญ 5.5 แสน รวบ 9 ราย ยึดเงินสด 1.9 ล้านคาห้าง

วันที่ 20 มี.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก.2 บก.ปอท. และ พ.ต.ต.ลัทธพล อัครปัญญา สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. แถลงผลปฏิบัติการ “Cut Money Flow” กวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ จับกุมผู้ต้องหารวม 9 ราย สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 9 ราย ประกอบด้วย นายถาวร อายุ 33 ปี, น.ส.กัลยาณี อายุ 25 ปี, นายมนัสชัย อายุ 41 ปี, น.ส.ธารทิพย์ อายุ 40 ปี, น.ส.ศรประภา อายุ 42 ปี, น.ส.ธณัฐนัน อายุ 37 ปี, นายฑิฆาวิน อายุ 36 ปี, นายอัศนัย อายุ 44 ปี และ MR.ZHENG สัญชาติจีน อายุ 23 ปีทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, แสดงตนเป็นบุคคลอื่น, นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์, สมคบฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”ตั้งแต่ระดับหัวหน้าขบวนการชาวไทยไปจนถึงกลุ่มทุนจีนเทา พร้อมยึดของกลางเงินสดเกือบ 2 ล้านบาท

คดีนี้เริ่มจากผู้เสียหายเข้าแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ (Thai Police Online) หลังถูกคนร้ายโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัท AIS โดยระบุว่าข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายถูกนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์เพื่อกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงิน จากนั้นได้ส่งต่อให้พูดคุยกับบุคคลที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองเลย ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อหลอกให้โอนเงินมาตรวจสอบความบริสุทธิ์ใจ จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปรวมกว่า 550,000 บาทจากการสืบสวนเชิงลึก ตำรวจสามารถจำแนกโครงสร้างการทำงานของแก๊งนี้ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก และเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 9 ราย ดังนี้ ​กลุ่มบัญชีม้า ชาวไทย 2 ราย ทำหน้าที่เปิดบัญชีรับเงิน, ​กลุ่มควบคุมการถอนและรับส่งเงิน ชาวไทย 5 ราย, ​กลุ่มสั่งการและประสานงาน ชาวไทย 1 ราย, (ระดับหัวหน้า), ​กลุ่มรับผลประโยชน์ ชายชาวจีน 1 ราย

ทั้งนี้​ ศูนย์ ACSC มีการเฝ้าระวังธุรกรรมต้องสงสัยตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คนร้ายทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันธนาคารได้ยากขึ้น จึงเปลี่ยนวิธีเป็นการนำเจ้าของบัญชีม้าไปรอถอนเงินสดที่ธนาคารทันทีที่เงินเข้า นอกจากนี้ยังพบการยักย้ายถ่ายเทเงินในรูปแบบใหม่ โดยการนำเงินที่ได้จากการฉ้อโกงไปซื้อสินค้าประเภท “เม็ดพลาสติก” เพื่อส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งคาดว่าเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการใหญ่

ภายหลังการแถลงข่าว ตำรวจได้ส่งมอบเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายหนึ่งรายเป็นจำนวน 1 ล้านบาท โดยผู้เสียหายได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ พร้อมฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะ ผู้สูงอายุและอดีตข้าราชการเกษียณ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มมิจฉาชีพว่า”หากมีใครโทรมาอ้างว่าเราเกี่ยวข้องกับคดีความ อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด ไม่ต้องเสียเวลาพูดคุย ให้วางสายทันทีเพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ”