กรุงเทพฯ, วันที่ 20 มี.ค. –จากกรณีที่จีนประกาศเป้าหมายลดความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอนต่อ GDP (Carbon Intensity) ลง 17% ระหว่างปี 2026 – 2030 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปี ฉบับใหม่ โดยกำหนดเป้าการปล่อย CO2 สูงสุด (peak emission) ในปี 2030 และตั้งเป้าเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2060 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า จะส่งผลให้การลงทุนใน 4 กลุ่มพลังงานหลัก ได้แก่ พลังงานสะอาด รถยนต์ EV น้ำมัน และถ่านหิน มีแนวโน้ม Slight Bearish ถึง Very Bullish ในช่วง 5 ปีตามแผนดังกล่าว
กลุ่มพลังงานสะอาด อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และอุตสาหกรรมรถยนต์ EV และที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน แบตเตอรี่ สถานีชาร์จ EV ได้แรงหนุนจากนโยบายลดคาร์บอนและการลงทุนไฟฟ้าสะอาด รวมถึงได้เปรียบจากภาพลักษณ์และต้นทุนพลังงานสะอาดในอนาคต มีโอกาสลงทุนและขยายกำลังผลิตเพิ่ม
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ธุรกิจที่พึ่งพาฟอสซิลสูง อุตสาหกรรมพลังงานคาร์บอนเข้มข้น ธุรกิจโรงกลั่น/ค้าปลีกน้ำมัน โรงไฟฟ้าถ่านหิน อาจยังจำเป็นในระยะสั้น เนื่องจากจีนยังต้องรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน แต่มีแนวโน้มการเติบโตระยะยาวอ่อนลง และถูกกดดันจากนโยบายลดคาร์บอน

