วันที่ 18 มีนาคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อยกระดับการประสานงานและปราบปรามอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์ (Trace, Track, Takedown: Online Scam Networks)
ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการปราบปรามสแกมเมอร์และอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติอย่างจริงจังตามนโยบายรัฐบาล
ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพมหานคร
การสัมมนาครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ขยายความร่วมมือไปยังประเทศ
ที่มีความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมที่กระทบต่อประเทศไทย รวมถึงเครือข่ายเจ้าหน้าที่ผู้ประสานของต่างประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศไทย เพื่อสร้างความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมีผู้แทนจากกว่า 27 ประเทศ/เขตแดน องค์การระหว่างประเทศ อาทิ United Nations Office on Drugs and Crime และ Asian Development Bank ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ Binance เข้าร่วม
โดยเวทีดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมรูปแบบใหม่ และเสริมสร้างความร่วมมือในการติดตามเส้นทางการเงิน การติดตามคืนทรัพย์สิน การประสานงานทั้งในและระหว่างประเทศ รวมทั้งการถอดบทเรียนเพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการรับมือและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน ให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ผ่านการบูรณาการข้อมูลและปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของประเทศไทยในการบังคับใช้มาตรการ
ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการป้องกัน
การแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (AML/CFT/CPF) และเตรียมความพร้อมประเทศไทยสำหรับการประเมินการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้าน AML/CFT/CPF ในปี 2571
นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. มอบหมายให้นายพีรธร วิมลโลหการ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมายและพัฒนามาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นประธานเปิดการสัมมนา โดยนายพีรธรฯ เน้นย้ำว่า การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ถือเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. จะเดินหน้าผนึกกำลังและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีและพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในการแกะรอย ติดตามเส้นทางการเงิน และทลายขบวนการฟอกเงิน “Trace, Track, Takedown” มุ่งตัดวงจรทางการเงิน ยึดและอายัดทรัพย์สินคืนแก่ผู้เสียหาย และนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืน

