สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผย ประชาชน กังวล “ค่าครองชีพสูง” มากที่สุด วอนรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาปากท้อง

835

กรุงเทพฯ, วันที่ 17 มี.ค. – นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ แถลงถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 22 – 28 มกราคม 2569”พบว่า “ค่าครองชีพสูง” เป็นประเด็นที่ประชาชนมีความกังวลมากที่สุด สะท้อนความท้าทายด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ประชาชนเผชิญอยู่ในปัจจุบัน โดย ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 69.9 มีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพสูงมากที่สุด รองลงมา เช่น รายได้ไม่พอกับรายจ่าย (ร้อยละ 63.8) หนี้สิน (ร้อยละ 43.1) สวัสดิการจากภาครัฐไม่เพียงพอ (ร้อยละ 25.4) และราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ (ร้อยละ 25.2) เป็นต้น

สิ่งที่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ควรเร่งดำเนินการ ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 50.5 ต้องการให้เร่งแก้ไขปัญหาปากท้องและค่าครองชีพมากที่สุด รองลงมา เช่น การสร้างงานและเพิ่มรายได้ (ร้อยละ 10.8) การแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชน (ร้อยละ 9.1) การดูแลสวัสดิการและคุณภาพชีวิต (ร้อยละ 5.8) และการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน (ร้อยละ 5.1) เป็นต้น

ผอ.สำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 44.2 เห็นว่าควรลดภาระค่าครองชีพและป้องกันการเกิดหนี้ใหม่มากที่สุด รองลงมา เช่น ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งในและนอกระบบ (ร้อยละ 44.0) เพิ่มรายได้ควบคู่กับการแก้หนี้ (ร้อยละ 42.2) เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้มีรายได้น้อย (ร้อยละ 30.8) และปรับโครงสร้างหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้ (ร้อยละ 32.2) เป็นต้น

ขณะที่ด้านการบริหารประเทศ ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 80.9 ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่บริหารประเทศด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ รองลงมา ได้แก่ รับฟังเสียงประชาชน (ร้อยละ 59.7) ตัดสินใจรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ (ร้อยละ 46.7) ไม่เล่นเกมการเมือง/ทำเพื่อประชาชน (ร้อยละ 31.0) และบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤตได้ทันท่วงที (ร้อยละ 29.8) เป็นต้น

ขณะที่คุณสมบัติของรัฐมนตรีที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือ ความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ (ร้อยละ 67.7) รองลงมา เช่น ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย (ร้อยละ 46.7) ไม่มีประวัติอาชญากรรม (ร้อยละ 42.2) มีความรู้ความสามารถ/ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายงานนั้นโดยตรง (ร้อยละ 39.0) และสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที (ร้อยละ 31.6) เป็นต้น ทั้งนี้ประชาชนตัวอย่างร้อยละ 90.4 เห็นว่า คุณสมบัติของรัฐมนตรีมีความสำคัญต่อการบริหารประเทศในระดับมากถึงมากที่สุด (มากร้อยละ 31.5 และมากที่สุดร้อยละ 58.9) สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความคาดหวังต่อการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่อย่างชัดเจน

นายเอกพงษ์ กล่าวว่า การสำรวจครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีสัมภาษณ์ประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป 6,000 ราย ทั่วประเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Quick Survey สำนักงานสถิติแห่งชาติ” ซึ่งจะดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนสามารถติดตามผลการสำรวจประจำเดือนได้ทางเว็บไซต์สำนักงานสถิติแห่งชาติ www.nso.go.th และทุกช่องทางออนไลน์ ภายใต้ชื่อ NSOOFTHAILAND