ฝุ่น PM2.5 กทม. ยังเกินหลายพื้นที่ “หนองแขม” สูงสุด 44.4 มคก./ลบ.ม. ภาพรวมคุณภาพอากาศระดับปานกลาง

92

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เช้าวันที่ 15 มี.ค. 2569 ค่าเฉลี่ยทั้งเมืองอยู่ที่ 31.4 มคก./ลบ.ม. แม้ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่หลายเขตยังพบค่าฝุ่นค่อนข้างสูง โดย “เขตหนองแขม” สูงสุด 44.4 มคก./ลบ.ม. ขณะที่แนวโน้มฝุ่นเริ่มลดลง พร้อมแนะประชาชนสวมหน้ากากป้องกันและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหนัก

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครยังคงอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ภาพรวมคุณภาพอากาศจะยังไม่เกินค่ามาตรฐาน โดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานผลการตรวจวัดประจำวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ทั่วกรุงเทพฯ อยู่ที่ 31.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังอยู่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และจัดอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศระดับปานกลาง

อย่างไรก็ตาม หลายพื้นที่ยังตรวจพบค่าฝุ่นในระดับค่อนข้างสูง โดยเขตหนองแขมมีค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ที่ 44.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือ เขตบางรัก 38.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตประเวศ 38.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตราชเทวี 37.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตหลักสี่ 37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่พื้นที่อื่น ๆ เช่น เขตบางขุนเทียน บางพลัด ทวีวัฒนา บางคอแหลม ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย และบางบอน มีค่าฝุ่นอยู่ในช่วง 33.9–36.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

เมื่อพิจารณาภาพรวมรายพื้นที่ พบว่า กรุงเทพเหนือมีค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 28.9–37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพตะวันออกอยู่ที่ 25–38.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพกลางอยู่ที่ 24.4–37.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพใต้อยู่ที่ 23.6–38.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนพื้นที่ฝั่งธนบุรีเหนืออยู่ที่ 27.1–36.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และฝั่งธนบุรีใต้มีค่าฝุ่นสูงสุดอยู่ในช่วง 29.4–44.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยทุกโซนยังอยู่ในระดับคุณภาพอากาศปานกลาง และมีแนวโน้มลดลงจากช่วงก่อนหน้า

ด้านคำแนะนำด้านสุขภาพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า แม้คุณภาพอากาศยังไม่เข้าสู่ระดับอันตราย แต่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ประชาชนควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองดวงตา

สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หากมีอาการผิดปกติควรรีบเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็ว.