ฝุ่น PM2.5 กทม.เกินมาตรฐานหลายพื้นที่ ลาดกระบังพุ่งสูงสุด แนวโน้มเพิ่มขึ้น เตือนสวมหน้ากากลดกิจกรรมกลางแจ้ง

266

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองทั่วกรุงเทพฯ อยู่ที่ 43.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรือระดับสีส้ม

จากการตรวจวัดพบว่า พื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุด 12 อันดับแรก ได้แก่ เขตลาดกระบัง 69.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตประเวศ 63.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตหนองจอก 60.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตมีนบุรี 57.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตวังทองหลาง 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตหลักสี่ 53.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตลาดพร้าว 52.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบางนา 52.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตบึงกุ่ม 52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตราชเทวี 50.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เขตคันนายาว 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเขตสะพานสูง 49.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

เมื่อจำแนกตามพื้นที่ พบว่า กรุงเทพเหนือมีค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 42.3–53.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพตะวันออก 45.8–69.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรุงเทพกลาง 38.7–55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และกรุงเทพใต้ 32.5–52.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่พื้นที่กรุงธนเหนือมีค่า 34.8–44.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และกรุงธนใต้ 28.8–37.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับปานกลาง

ทั้งนี้ แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละอองในช่วงนี้มีทิศทางเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ประชาชนควรเฝ้าระวังสุขภาพ โดยแนะนำให้สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา

สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และหากมีอาการผิดปกติควรรีบเข้ารับการรักษาโดยเร็ว